Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

แบบทดสอบทายนิสัย

ทายนิสัยจากวิธีจัดการผี

3,540

4 ม.ค.52 12.39 น.

ผีมีจริงหรือเปล่า ยังไม่มีใครพิสูจน์ความจริงข้อนี้ได้ แต่หลายคน ถ้าได้ยินเรื่องผี เป็นต้องรีบเอามืออุดหูทันทีด้วยความกลัวเอาล่ะ ถึงแม้ว่าเราจะไม่รู้ว่าผีมีจริงหรือเปล่า หรือถึงแม้เราจะกลัวผีมากแค่ไหนก็ตาม แต่ลองนึกซิ ถ้าบังเอิญเกิดบุพเพสันนิวาส ทำให้เพื่อนๆ ได้พบพานกับคุณ ผอ...สระอี...ผีขึ้นมา เพื่อนๆ จะมีวิธีจัดการยังไง

ก. ชูพระ
ข.วิ่งหนี
ค.เฉยๆ
ง.สวดมนต์


เลือกมา 1 ข้อ อ่านเฉลยด้านล่าง


ก. ชูพระ
โอ้โห ขนาดเจอผี ยังมีอารมณ์คว้าพระขึ้นมาขู่ผีอีกแสดงว่าใจเย็นเป็นน้ำเลยนะคุณเนี่ย คิดว่าปัญหาทุกอย่างสามารถจัดการได้แน่นอน ขอเพียงมีเวลาให้คุณได้ค่อยๆ คิดไตร่ตรองมันซักพัก เพราะอย่างนี้ ในสายตาคนอื่นคุณจึงดูเชื่องช้าไปซักหน่อย คุณไม่ซีเรียสเรื่องอนาคตของตัวเองเลยนะ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ คุณไม่เคยคิดถึงมันเลยมากกว่า เพราะความเป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้ของคุณนี่เองแต่ยังไงก็คิดๆ ไว้บ้างก็แล้วกัน อนาคตที่สดใสกำลังรอคุณอยู่นะ

ข.วิ่งหนี
เจอผีเป็นเผ่นอย่างนี้ล่ะก้อ แสดงว่าคุณเป็นคนมั่นใจในตัวเอง เป็นคนจริงจัง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้จักปล่อยวาง และรับมือกับความเครียดต่างๆ ได้เป็นอย่างดีเพราะคุณจะรู้ว่าเวลาไหนควรจริงจัง และเวลาไหนควรหยุดพักสมองเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ หากควบคุมอารมณ์ได้ดีแบบนี้ ไม่เครียดเรื่องไร้สาระที่เข้ามารบกวนจิตใจแค่นี้ชีวิตก็มีความสุขแล้วล่ะ

ค.เฉยๆ
นิ่งจริงๆ เลยนะคุณเพอร์เฟ็กชั่นนิสต์ แต่ขอเตือนไว้นิดนึงแล้วกันว่าอย่ากดดันตัวเองต่อไปเลย อย่าลืมนะว่าคุณก็เป็นแค่คนธรรมดา มีแค่สองมือสองเท้าเท่านั้นไม่ต้องทำอะไรเพอร์เฟ็กต์ไปหมดทุกอย่างหรอก โดยเฉพาะเรื่องเรียนน่ะ ไม่ต้องเกรด 4 ทุกวิชา หรือต้องได้ที่ 1 ตลอดไปหรอก หาเวลาไปผ่อนคลายเที่ยวเล่นกับเพื่อนบ้าง จำไว้ว่า ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบแค่ตั้งใจทำให้ดีที่สุดก็พอ

ง.สวดมนต์
อย่างนี้เรียกว่าใช้ธรรมะเข้าข่ม แสดงว่าคุณเป็นคนที่จริงจังกับชีวิตมาก ตั้งเป้าหมายของตัวเองไว้สูงลิบและพยายามทุกวิถีทางที่จะไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้ โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย นั่นอาจเป็นเพราะที่คุณมักเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนรอบข้างอยู่เสมอ โดยเฉพาะคนที่เหนือกว่า จึงไม่รู้สึกพอใจตัวเองซักที เมื่อคุณไปได้ถึงจุดที่ต้องการแล้ว ก็มักจะมองคนที่เหนือกว่าขึ้นไปอีกคุณก็พยายามจะตะเกียกตะกายขึ้นไปให้ได้ หลายครั้งคุณจึงทั้งรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งรู้สึกเหงา มองโลกในแง่ดีให้มากขึ้นแล้วชีวิตจะสดใสขึ้นทันตา







ที่มา http://www.wedding.co.th/

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน