Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

คติความเชื่อแบบคนโบราณ

ย้อนรอยอาถรรพ์พญานาค บนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ที่กว่าจะสร้างเสร็จ ต้องเสียคนงานไปถึง 17 ชีวิต!!

40,146

8 ก.ย.60 14.25 น.

ย้อนรอยอาถรรพ์พญานาค บนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว

เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญของภาคตะวันเฉียงเหนือเลยก็ว่าได้ สำหรับ " สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 2" ที่เชื่อมต่อจังหวัดมุกดาหารของประเทศไทย เข้ากับแขวงสุวรรณเขตของประเทศลาว โดยตัดข้ามผ่านแม่น้ำโขง ทำให้ความสะดวกสบายในการสัญจรไปมาระหว่างประเทศ

     โดยสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 2 ได้เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2547 แต่เรื่องราวความหลอนก็เริ่มต้นขึ้นเช่นกัน เมื่อระหว่างการก่อสร้างนั้นได้เกิดเรื่องสยองมากมาย จนกลายเป็นตำนานความเชื่อที่ชาวบ้านแถวนั้นร่ำลือถึง "ความอาถรรพ์" !!

     การก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 2 นี้ ได้เริ่มต้นสร้างจริงๆเมื่อปี 2543 และสะพานเปิดให้สาธารณะใช้เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ในระหว่างก่อสร้างนั้นได้เกิดอุบัติเหตุจากเครื่องเครนที่ทำให้ ที่ปรึกษา วิศวกรและคนงานเสียชีวิต 9 คน (ชาวไทย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และลาว) บาดเจ็บ 10 คน (ชาวไทย ญี่ปุ่น และลาว) และหายสาบสูญ 1 คน (ชาวลาว) เมื่อ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2548

     ย้อนรอยไปในขณะเริ่มสร้าง มีเหตุให้คนงานต้องอกสั่นขวัญเสียกันแล้ว เมื่อมีคนไปผูกคอตายในออฟฟิศที่เพิ่งสร้างใหม่ ตั้งแต่ตึกยังไม่ได้เปิดใช้ การผูกคอตายนี้ไม่มีใครทราบสาเหตุแน่ชัด พนักงานที่จะต้องมาใช้ออฟฟิศต่างพากันหวาดกลัว จนทำให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบต้องตัดสินใจ สั่งทำการรื้อถอนออฟฟิศทั้งหมด แล้วนำวัสดุไปบริจาคถวายให้กับทางวัด จากนั้นสร้างออฟฟิศใหม่ในพื้นที่ตำแหน่งเดิม

     ลางร้ายครั้งที่ 2 ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีคนงานก่อสร้างที่กำลังสร้างสะพานอยู่นั้น ได้ตกนั่งร้านตาย ถัดมาไม่นานก็มีการตายอีก หลังคนงานที่ออกไปทำงานสร้างเสาที่กลางลำน้ำ รู้สึกร้อนอยากล้างหน้า จึงได้ก้มลงไปตักน้ำจากลำน้ำโขงมาล้าง แต่พลาดตกน้ำตายอีกคน นับว่าเป็นเรื่องราวที่ชวนสยองไม่น้อย ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงที่เริ่มสร้างสะพานได้ไม่นาน

     ความหลอนยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เมื่อจู่ๆ ได้เกิดเหตุการณ์แปลกๆระหว่างการก่อสร้าง เมื่อการสร้างเสาเข็มต้นที่ 11 ของสะพาน ที่อยู่บริเวณกลางลำน้ำโขงมีปัญหา เพราะเมื่อทำการตอกเสาเข็มต้นนี้ ตอกยังไงก็ตอกไม่ลง แม้ใช้สว่านนำร่องขุดเจาะก็เจาะไม่ลง จนหัวสว่านหัก วิศวกรจึงตัดสินไปจ้างนักประดาน้ำให้ดำลงไปดูเพื่อจะเอาหัวเจาะขึ้นมา

     แต่ในระหว่างที่นักประดาน้ำ ได้ดำน้ำลงไปเอาหัวเจาะขึ้นมานั้น ก็ต้องช็อกสุดขีด เขาเล่าว่าขณะที่กำลังดำลงไปใต้แม่น้ำนั้นได้เห็นดวงตาแดงก่ำกำลังจ้องเขม็งมาที่เขา พอมองต่อไปก็เห็นลำตัวสีเขียวยาวลอยอยู่รอบๆบริเวณนั้น เขาเห็นอย่างนั้นจึงรีบว่ายหนีขึ้นมาอย่างไม่คิดชีวิต พอขึ้นบกได้ ก็เก็บข้าวของกลับบ้านไปเลย เงินค่าจ้างก็ไม่เอาสักบาท

     ทางด้านของวิศวกรญี่ปุ่นไม่ได้สนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงสั่งให้คนงานเอาปูนเทลงไปที่ตอม่อของเสาต้นนี้เลยเจาะได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น เมื่อเทปูนลงไปนั้นก็ตกใจอีกครั้ง เพราะเทปูนลงไปเท่าไหร่ก็เทไม่เต็มสักที ทำให้เสาต้นนี้ใช้ปูนเป็นจำนวนมากกว่าทุกต้น จนในที่สุดก็เทเต็มจนได้

     การสร้างสะพานยังคงดำเนินไปท่ามกลางอุปสรรคและความสับสนของเหตุการณ์ประหลาด จนกระทั่งถึงวันวิสาขบูชา ยามที่เฝ้าไซท์ก่อสร้างนี้ได้ฝันว่า มีคนใส่ชุดขาวมาบอกว่า "ในวันพรุ่งนี้เป็นวันเข้าพรรษา ให้ยามช่วยไปบอกหัวหน้าด้วยว่าขอให้หยุดงานก่อน 1 วัน เพราะพวกเขาจะอธิษฐานเข้าพรรษากัน แต่วิศวกรญี่ปุ่นไม่ยอมหยุดตามที่ขอ เพราะเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ

     ต่อมาในช่วงวันเข้าพรรษา วิศวกรชาวญี่ปุ่น 3 คน ได้ลงเรือไปดูงานการวางคานของสะพานด้วยตัวเอง ทั้งๆ ที่ไม่เคยลองนั่งเรือออกไปดูเลยตั้งแต่เริ่มสร้างมา และทันใดนั้นเองขณะคนงานกดสวิทช์ เครนก็ได้ยกแท่นปูน เพื่อนำไปวางบนหัวเสาต้นที่ 11 แต่ยังไม่ทันวางถึงหัวเสา เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เครนได้พังถล่มหักออกเป็น 3 ท่อน คานยกแท่นปูนและสลิง ได้เหวี่ยงฟาดตัดร่างวิศวกรคุมงานชาวญี่ปุ่นวัย 45 ปี ขาดออกเป็น 2 ท่อนตายทันที และเครนที่หักตกลงกลางสายน้ำนั้นได้ตกลงกระแทกทับวิศวกรบนเรือ 3 คน จมดิ่งสาบสูญไปในลำน้ำ

     จากเหตุการณ์ครั้งนี้มีคนจมลงไปในน้ำแล้วหาศพไม่พบรวมทั้งหมด 8 คน เป็นวิศวกรใหญ่ชาวญี่ปุ่น 3 คน เป็นชาวฟิลิปปินส์ 1 คน และคนงานไทยอีก 4 คน นอกนั้นบาดเจ็บเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอีก 7 คน ซึ่งเรื่องนี้ได้กลายเป็นข่าวดังหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ การสร้างสะพานจึงต้องหยุดลง พร้อมได้มีการบวชกันแบบเงียบๆ โดยคนงาน 8-9 คน พากันบวชแก้บนกัน 7 วัน

     ความอาถรรพ์ของสะพานแห่งนี้ ได้มีการสังเวยชีวิตของคนงานไปถึง 17 ชีวิต จึงทำให้คนงานที่เป็นคนไทยอีสานและคนงานลาว พาหยุดงานไม่ยอมสร้างสะพานต่อกันเลยเพราะกลัวตาย แต่ก็เหลือคนงานชาวต่างชาติและคนที่ไม่เชื่อยังทำการก่อสร้าง ทำให้การก่อสร้างยังพอขับเคลื่อนไปได้ แต่ถึงกระนั้นเสาเข็มต้นที่ 11 นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่มีใครไปแตะต้อง หรือทำการสร้างต่อเลย ได้แต่ดำเนินการสร้างส่วนอื่นไปก่อน

     หลังจากนั้นข่าวนี้ได้ทำให้ชาวบ้านบางกลุ่ม ได้ไปหาเจ้าหน้าที่อากรจังหวัด ซึ่งท่านก็ได้ไปหาร่างทรง ร่างทรงบอกว่าให้ ตั้งศาลพญานาค ใกล้บริเวณที่ก่อสร้าง เพื่อจะได้อัญเชิญพญานาคขึ้นมา แล้วจะได้ทำการสร้างสะพานต่อได้ แล้วร่างทรงยังบอกต่ออีกว่า พญานาคท่านจะให้พระสุกขึ้นมาด้วย พระสุก คือ พระพุทธรูปประจำตัวของธิดาพญานาคที่เก็บรักษาไว้ใต้บาดาล ประจวบเหมาะกับที่ชาวประมงคนหนึ่งได้ออกเรือหาปลา แล้วลากที่ดักปลาขึ้นมาเจอพระพุทธรูปทองสำริด ซึ่งสันนิฐานว่าคือ พระสุก และขณะนี้ก็กำลังทำการพิสูจน์อยู่ว่าจริงหรือไม่?

     เรื่องราวความสยองนี้กลายเป็นเรื่องเล่าขานกันจนมาถึงปัจจุบัน และจากเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นทำให้เชื่อว่าเป็นเพราะ สร้างสะพานทับถ้ำของพญานาค จึงทำให้เกิดอาถรรพ์อาเพสมากมาย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรืออาจจะเป็นเพียงการผิดพลาดทางธรรมชาติ แต่ก็อยากที่เชื่อได้ว่าหลายเรื่องที่เกิดขึ้นมันเหนือธรรมชาติมากไป ถ้าไม่ใช่ "สิ่งเร้นลับ" ก็ไม่น่าจะทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้

เครดิต : tsood

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน