Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

คติความเชื่อแบบคนโบราณ

สยองขวัญ! ตำนาน 'ผียายสปีด' สุดเฮี้ยน หลอกหลอนเด็กแว้นจนแทบเสียสติ!!

18,834

22 เม.ย.60 21.20 น.

สยองขวัญ! ตำนาน 'ผียายสปีด' สุดเฮี้ยน หลอกหลอนเด็กแว้นจนแทบเสียสติ!!

เรื่องราวสุดเฮี้ยนของชาวหาดใหญ่ ที่โด่งดังมากในอดีต ตำนานที่แม้แต่คนฟังยังต้องขนหัวลุก แล้วคิดดูคนที่เจอกับตัวจะหลอนสักแค่ไหนกัน ซึ่งเรื่องราวนี้ได้ถูกเล่าขานต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน และมีหลายคนที่ออกมาเปิดเผยว่าได้เจอมากับตัวแบบเต็มๆ!!

     ตำนานผียายสปีดมีอยู่ว่า “คุณยายสปีด” เดิมทีคุณยายเป็นหญิงชรา มีลักษณะผมหงอกเต็มหัว คืนหนึ่งท่านได้โดนรถซิ่งชนและเหยียบจนร่างกายขาดเป็น 2 ท่อน คือ บริเวณตรงส่วนลำตัวขาดแยกจากกันตามแรงอัดของรถมอเตอร์ไซด์ คุณยายสปีดจึงกลายเป็นผีตายโหงอยู่ในบริเวณดังกล่าว

     ซึ่งหลังจากที่คุณยายตายลง ก็มีเรื่องราวเล่าขานกันอย่างหนาหูในหมู่พวกเด็กขับรถซิ่ง หรือที่เรารู้จักกันในนาม เด็กแว้น เด็กสก็อย ว่าในยามค่ำคืนมักจะได้เจอกับความเฮี้ยนของ ผีคุณยายสปีด มานับครั้งไม่ถ้วน โดยเชื่อกันว่าหากแก็งรถซิ่งคันใดมาขับรถผ่านเข้ามาในบริเวณซอยคุณยายสปีดตอนกลางคืน จะถูกผีคุณยายสปีดหลอกหลอนอยู่เสมอ

     โดยจะเห็นเป็นร่างหญิงชรามีผมหงอกเต็มหัวพุ่งและลอยขนานกับพื้นถนนด้วยความเร็วสูง แลบลิ้นยาวแดงเป็นเมตร บ้างก็ว่ากระโจนขึ้นมาเกาะหลังคนขับมอเตอร์ไซด์ ทำเอาขนหัวตั้งลุกมานักต่อนัก ยิ่งหากใครในช่วงนั้นดวงชะตาไม่ดี ก็อาจถึงขั้นตายโหงได้

     ด้วยเรื่องเล่าและตำนานความเชื่อดังกล่าวจึงทำให้ในสมัยนั้นไม่มีใครกล้าขับรถมอเตอร์ไซด์หรือย่างกรายผ่านเข้าไปในบริเวณซอยดังกล่าวในช่วงเวลากลางคืนเลย เพราะกลัวจะต้องพบเจอกับความหลอนที่แทบจะเสียสตินี้ได้

     อีกสาเหตุหนึ่งที่คนไม่นิยมขับรถผ่านซอยคุณยายสปีด อาจจะสืบเนื่องมาจากซอยดังกล่าวเป็นลักษณะของซอยลึกและเปลี่ยวมาก สองข้างทางเป็นสำนักสงฆ์ และป่ารกร้าง ดูมืดทึบน่ากลัว มีความเชื่ออีกเรื่องหนึ่งว่าในบริเวณดังกล่าว สมัยประมาณ 50 ปีก่อน พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นป่าช้า มีการฝังศพกันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งในบริเวณดังกล่าวบางช่วงเวลาจะพบกับปัญหาน้ำป่าไหลหลาก จึงต้องนำศพที่ยังไม่ได้ฝังมาผูกห้อยไว้กับต้นไม้เพื่อกันศพเปื่อยเน่า ทำให้น้ำเหลืองและซากบางส่วนหลุดตกลงมาบนพื้น และกลายเป็นโคกที่เน่าเปื่อยไปด้วยซากศพ ส่งกลิ่นเน่าอย่างน่าสยดสยอง ชาวบ้านในพื้นที่จึงเรียกกันว่า “โคกเน่า” และเพี้ยนกันเรื่อยมาเป็นชื่อ โคกนาว อย่างในปัจจุบัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน