วัตถุมงคล

โคสวาลา วัวธนูครูบาบุญเลิศ

1,205

3 ก.พ.55 11.46 น.

โคสวาลา วัวธนูครูบาบุญเลิศ คำว่า ธนู มีความหมายว่า พุ่งไปได้อย่างกับถูกธนูยิง หรือ ไปได้อย่าง ลูกธนู เป็นความรู้ของนักไสยศาสตร์ ตั้งแต่ชาวบ้านไปไปจนใช้กับอาณาจักรบ้านเมือง(อาถรรพ์ฝังป้องกันเมือง)

     วัวธนูหรือควายธนูนั้นเป็นการทำรูปพยนต์หรือสิ่งประจุอาคมที่มีนัยลักษณะอย่างวัว หรือควาย ตามชื่อที่เรียก ซึ่งขั้นหรือระดับ แบ่งตามวัสดุ ที่นำมาสร้าง โดยจัดระดับเป็น

     วัวชั้นหนึ่ง เรียกว่า วัวทอง จะหล่อด้วยโลหะอาถรรพ์ อย่างขวานสำริดโบราณ เหล็กหรือสำริดสะกดวิญญาณเรียก “ขนันผี”แผ่นโลหะจารเลขยันต์ที่กำหนด“ หง่าง”’ ซึ่งหมายถึงโลหะอาถรรพ์แบบหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีที่แกะจากเขาสัตว์ และวัสดุที่คงทนอื่นๆ

     วัวชั้นสอง เป็นวัวที่สร้างจากวัสดุรองลงมา อย่างดินกองฟอน ดินอาถรรพ์และวัสดุต่างๆมาผสมกับ ดินหรือตัวประสาน ปั้นเป็นรูปวัวขึ้นนอกจากนี้ยังสร้างด้วย ครั่งพุทราทิศตะวันออก นอกจากนี้ ยังมีที่สร้างด้วยขี้ผึ้ง และวัสดุอื่นที่ทนทานน้อยกว่าวัวชั้นหนึ่ง

     วัวชั้นสาม เป็นวัวที่สร้างแบบทันทีทันใด ได้แก่ วัวธนูหิน(เสกก้อนหิน) เสกกิ่งไม้ เสกธนูน้ำ และที่ขึ้นชื่อก็คือ ใช้ไม้ไผ่สาน

     ซึ่งวัวธนูทั้งสามแบบที่ว่านี้ มีมนต์คาถากำกับคล้ายๆกัน แต่ที่จัดชั้นก็เพราะ วัสดุที่นำมาจัดสร้างว่าชนิดใด มีความคงทนถาวรมากกว่ากันเท่านั้นเอง แต่เหลือเชื่อว่า ตำนานวัวธนู ร้อยทั้งร้อย ที่มีการกล่าวถึงหรือเขียนบทความ จะมีตำนาน วัวธนู ชนะเสือเย็น (เสือสมิง)มา เล่าประกอบเป็นการชูรสเรื่องเสมอๆ กลับเป็น”วัวธนูที่สานจากไม้ไผ่” ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในทันทีทันใดเท่านั้นไม่ได้มีพิธีปลุกเสกอลังการงานสร้างแต่อย่างใดเลย

     นัยว่าเรื่องนี้มีเค้าความจริง เกิดขึ้นทางภาคเหนือคือ “ตำนานเสือเย็น วัดหมื่นสาร จ.เชียงใหม่” และ จอมขมังเวทที่สร้างวัวธนูชนะเสือเย็นรายนี้ก็เป็นแค่พ่อค้านักเดินทางนี่เอง เรื่องย่อๆแบบสรุปของตำนานนี้ก็คือ พ่อค้า มาขอพักแรมที่วัดแห่งนี้ พบแต่ภิกษุชราอยู่เพียงรูปเดียว ซึ่งเป็นเสือเย็น (เสือสมิง) ที่กลางคืนจะกลายร่างเป็นเสือคอยจับคนที่มาพักแรมกิน

     พ่อค้ารายนี้ เอะใจ จึงทำวัวธนู สานด้วยตอกไม้ไผ่ซึ่งเป็นการทำธนู อาคมป้องกันตัว ชนิดหนึ่ง ป้องกันไว้ ตกกลางคืนก็ได้เรื่อง คือได้ยินเสียงเสือต่อสู้กับสัตว์ใหญ่ชนิดหนึ่งแล้วเงียบไป พอรุ่งเช้ามาพบว่า มีรอยเลือดเป็นทางเมื่อ เดินตามรอยเลือดไปก็พบพระภิกษุชรานั้นนอนตาย อยู่ จึงรู้ว่า ท่านเป็นเสือเย็น(สมิง) ที่ชาวบ้านหวาดกลัว ต่อมาพ่อค้าและชาวบ้านจึงได้บูรณะวัดนั้น และนิมนต์พระสงฆ์มาจำพรรษา เรียกว่า “วัดหมื่นสาร” มาจนปัจจุบัน

     “วัวธนูไม้ไผ่” ที่เป็น “วัวทันใจ” เป็นวิชาเก่าที่กำลังจะสาบสูญไป มีแต่ท่านพระครูบุญเลิศ หรือครูบาบุญเลิศ แห่งวัดบ้านอ้อย จ.เชียงใหม่เท่านั้นที่ท่านเคยสร้างออกมาและยืนยันว่าดีครบเครื่อง

     ท่านพระครูบุญเลิศเรียกวัวของท่านว่า“โคสวลา”และเครื่องรางชนิดนี้ของท่านนับว่ามีประสบการณ์อย่างมากทีเดียวทั้งคุ้มครองป้องกัน ข่มอาถรรพ์ และ ดีเด่นด้านค้าขาย ที่แค่นำน้ำล้างวัวของท่านมาประพรมเป็นน้ำมนต์ให้ผลทางค้าขายได้อย่างวิเศษ

     วัวที่ท่านได้ชมอยู่นี้ เป็นวัวธนูยุคแรกๆที่ทำจากผ้าตราสังข์ หลวงพ่อครูบาบุญเลิศนำมาควั่นเป็นเกลียวก่อน มาควั่นเป็นรูปร่างของวัว มีสองเขา สี่ขา หนึ่งหาง แล้วลงวิชาปลุกเสกตามวิชาของท่าน ต้องปลุกเสกจนวัวนี้เหมือนกับมีชีวิต เคลื่อนไหวได้ จึงถือว่าวัวนี้สำเร็จมีอิทธิฤทธิ์ นำไปบูชาได้ เป็นวัวธนู

     วัวธนูอาคมในสายของท่านครูบาบุญเลิศ วัดบ้านอ้อย ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกสำนักหนึ่งในสายไสยเวทย์ล้านนา ที่โด่งดังมาก ศิษย์รุ่นใหม่ในสายวิชานี้ที่ได้สืบทอดสรรพวิชาต่าง ๆ ของทางวัดบ้านอ้อย คือครูบาธวัช วัดบ้านอ้อยและครูบาสุมินทร์ วัดต้นแก้ว ซึ่งเป็นลูกศิษย์สืบทอดวิชาจากท่านครูบาบุญเลิศโดยตรง



ข้อมูลโดย
Pralanna/ปั้นเอกพระเครื่อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน