Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

คติความเชื่อแบบคนโบราณ

"แม่เกิด" ตามความเชื่อของชาวล้านนา

6,719

3 มี.ค.55 11.03 น.

หากเอ่ยถึง แม่เกิด ตามพจนานุกรมล้านนา – ไทย ฉบับแม่ฟ้าหลวงให้ความหมายว่า คือ เทวดา หรือผีประจำตัวทารก ศัพท์คำนี้ตรงกับ ภาษาไทยว่า แม่ซื้อ และเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า แม่วี โดยแม่เกิดตามความเชื่อของชาวล้านนานั้น เป็นผู้หญิง 10 คน คือ

     1. นางเมนกะ 2. นางสุนันทะ
     3. นางบุตระ 4. นางผดะตัด
     5. นางภะมัสสะ 6. นางอัคคนิสสะ
     7. นางกิลาดเลาดี 8. นางติมลากะ
     9. นางนมะธนา 10. นางเรณะปันนัง
    

   
  ชื่อของแม่เกิดทั้ง 10 คนนี้ ปรากฏหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร จากเอกสารคัมภีร์ใบลานเรื่อง พิธีกรรมต่างๆ ต้นฉบับเป็น ของวัดพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยืมมาถ่ายไมโครฟิล์มเก็บไว้ในม้วนที่ 11 ลำดับที่ 52 หน้า 62 รหัสไมโครฟิล์ม 78.011.01O. 052-052 มีรายละเอียดที่แปลเป็นภาษาไทยกลางได้ ดังนี้

     “ศรีสวัสดี ที่นี้จักกล่าวด้วยเด็กน้อยทั้งหลาย เกิดมามีพ่อเกิดแม่เกิดทั้งหลายมากระทำร้ายเบียดเบียน ร้องไห้ สะดุ้งตกใจกลัว และร้องไห้จนตาเหลือกตาขืน ไม่อยากกินข้าว กินนม เจ็บปากเจ็บลิ้นฉันนี้ เพราะว่าแม่เกิดมากระทำให้เป็นไป ให้สะเดาะเคราะห์ ด้วยการส่งเครื่องเซ่นสังเวยต่างๆ ดังนี้

     ถ้าลูกอ่อนเกิดมาได้วัน 1 เดือน 1 ปี 1 ก็ดี แม่เกิดชื่อว่า เมนกะ มากระทำให้เจ็บไข้ได้ป่วย ไม่อยากกินข้าว กินนม ให้เอา ข้าวสาร 3 กำมือไปแช่น้ำ แล้วตำเป็นฟองแป้ง ปั้นเป็นรูปลูกอ่อน ผู้นั้น ถ้าเป็นผู้ชายให้ปั้นรูปผู้ชาย ถ้าเป็นหญิงให้ปั้น รูปผู้หญิง แล้วให้นอนอยู่กับข้าวขาวปั้น 1 กับเหล้าใส่กระทงหยวกกล้วย แล้วให้มีช่อขาวผืน 1 ฉัตรขาวใบ 1 ใส่เงินทอง ชิ้นเนื้อ ชิ้นปลา เทียนคู่ 1 หมากคำ 1 พลูใบ 1 แกงส้มแกงหวาน กล้วยอ้อย ลูกหมากรากไม้ เสร็จแล้วให้เอากระทงและเครื่องสังเวยไปวางไว้ ทางทิศ ตะวันออก โดยให้ทำพิธีดังกล่าวนี้เป็นเวลา 3 วัน เมื่อส่งเครื่องสังเวยแล้ว ให้เด็กผู้ไม่สบายนั้นอาบน้ำพุทธมนต์เสีย เด็กเกิดมา ได้วัน 1 เดือน 1 ปี 1 จะหายป่วยแล

     ลูกอ่อนเกิดมาได้ 2 วัน 2 คืน 2 เดือน 2 ปีนั้น แม่เกิดผู้ชื่อว่า สุนันทะ มากระทำร้ายจนเกิดอาการขบเขี้ยวเคี้ยวลิ้น กัดนิ้วมือ ร้องไห้ทั้งกลางวันเมื่อคืน ร้องอยู่เหมือนหิวข้าวอยากน้ำ ให้เอาข้าวสาร 1 กำมือ แช่น้ำตำเป็นฟองแป้ง แล้วปั้นเป็นรูปเด็กใส่กระทง กับข้าวปั้น 1 กล้วยลูก 1 ข้าวต้ม ขนม กล้วยอ้อยหมากพลู ลูกหมากรากไม้ แกงส้มแกงหวาน ข้าวควัก 1 เทียน ข้าวตอกดอกไม้ แก้ว แหวนเงินทอง ช่อขาว 1 ฉัตรขาว 1 ใส่ในกระทง แล้วนำไปไว้ทางทิศตะวันตก ทำเช่นนี้ในเวลาค่ำจนครบ 3 วัน จากนั้นจึงให้อาบ น้ำพุทธมนต์เสีย 3 วันหายแล

     ลูกอ่อนเกิดมาได้ 3 วัน 3 คืน 3 เดือน 3 ปีนั้น แม่เกิดผู้ชื่อว่า บุตระ มากระทำร้ายให้เจ็บไข้ได้ป่วย หน้าตาบวมพอง ยามนอน ย่อมหลับตาอยู่ ไม่พูดจา ไม่ขยับมือขยับเท้า ไม่กินอาหาร ถ้าอาการเป็นอย่างนี้ ให้ปั้นรูปเด็กผู้นั้นใส่กระทง แล้วนำไปวางไว้ทาง ทิศเหนือ ในเวลายามค่ำ จนครบ 3 วัน จากนั้นจึงให้อาบน้ำพุทธมนต์เสีย จะหายป่วยแล

     ลูกอ่อนเกิดมาได้ 4 วัน 4 เดือน 4 ปี แม่เกิดผู้ชื่อว่า ผดะตัด มากระทำร้ายให้เนื้อตัวมีอาการร้อน ไม่พูดจา ไม่กินน้ำ ข้าวปลา อาหาร ให้ปั้นรูปเด็กผู้ป่วยนั้นใส่กระทง แล้วนำไปวางไว้ทาง ทิศตะวันตก ในเวลาค่ำจนครบ 3 วัน แล้วให้อาบน้ำพุทธมนต์เสีย จะหายป่วยแล

     ลูกอ่อนเกิดมาได้ 5 วัน 5 เดือน 5 ปี แม่เกิดผู้ชื่อว่า ภะมัสสะ มากระทำร้ายให้เจ็บไข้ได้ป่วย ให้ปั้นรูปเด็กผู้ไม่สบายนั้นกับข้าว ปั้น 1 กล้วยหน่วย 1 ใส่กระทง แล้วนำไปวางไว้ทางทิศตะวันตก ในเวลาค่ำจนครบ 3 วัน แล้วอาบน้ำพุทธมนต์เสีย จะหายป่วยแล

     ลูกอ่อนเกิดมาได้ 6 วัน 6 เดือน 6 ปี แม่เกิดผู้ชื่อว่า อัคคนิสสะ มากระทำร้ายให้เจ็บไข้ ได้ป่วย ไม่กินข้าวกินน้ำ ให้ปั้นรูปเด็ก ใส่กระทง แล้วนำไปวางไว้ทางทิศตะวันตก ในเวลาค่ำ จนครบ 3 วัน แล้วให้อาบน้ำพุทธมนต์เสีย จะหายป่วยแล

     ลูกอ่อนเกิดมาได้ 7 วัน 7 เดือน 7 ปี แม่เกิดผู้ชื่อว่า กิลาดเลาดี มากระทำร้ายให้เจ็บไข้ ได้ป่วย ให้ปั้นรูปเด็กใส่กระทง แล้วนำ ไปวางไว้ทางทิศเหนือ ในเวลาค่ำจนครบ 3 วัน แล้วอาบ น้ำมนต์เสีย จะหายป่วยแล

     ลูกอ่อนเกิดมาได้ 8 วัน 8 เดือน 8 ปี แม่เกิดผู้ชื่อว่า ติมลากะ มากระทำร้ายให้เป็นไข้ ร้อนอกร้อนใจ ร้องไห้ยามกลางคืน ลิ้นแห้ง นอนไม่หลับ ไม่กินน้ำ ข้าวปลาอาหาร ให้ปั้นรูปเด็กกับข้าวปั้น 1 กล้วยหน่วย 1 ให้เอาข้าวสุกผสมน้ำอ้อย น้ำผึ้ง น้ำนมวัว ช่อสีแดง 1 ฉัตรแดง 1 ข้าวตอกดอกไม้ หมาก 4 คำ พลู 4 อัน เทียน 4 เล่ม กล้วยอ้อยชิ้นปลาอาหาร แกงส้มแกงหวาน ผลหมากรากไม้ อย่างละ 4 อัน ใส่กระทง แล้วนำไปวางไว้ทางทิศเหนือ ในเวลาเช้าจนครบ 3 วัน แล้วอาบน้ำพุทธมนต์มนต์เสีย จะหายป่วยแล

     ลูกอ่อนเกิดมา 9 วัน 9 เดือน 9 ปี แม่เกิดผู้ชื่อว่า นมะธนา มากระทำร้ายให้เจ็บเสียดท้อง เจ็บหัวมัวตา ให้ปั้นรูปเด็กใส่กระทง พร้อมข้าวปั้น 1 กล้วยหน่วย 1 ช่อขาว ฉัตรขาว หมากพลู เทียนคู่ 1 ข้าวตอกดอกไม้ หมาก แกงส้ม แกงหวาน กล้วยอ้อย ผลไม้ ใส่กระทง แล้วนำไปวางไว้ทางทิศเหนือ ในเวลาค่ำจนครบ 3 วัน แล้วอาบน้ำพุทธมนต์เสีย จะหายป่วยแล

     ลูกอ่อนเกิดมาได้ 10 วัน 10 เดือน 10 ปี แม่เกิดผู้ชื่อว่า เรณะปันนัง มากระทำร้ายให้เจ็บไข้ ร้องไห้ เสียดท้อง ไม่กินน้ำ ข้าวปลาอาหาร ให้เอาข้าวสาร 1 กำมือ แช่น้ำแล้วตำเป็นฟองแป้งนำมาปั้นเป็นรูปเด็กใส่ในกระทง พร้อมด้วยข้าวสุกปั้น 1 กล้วย หน่วย 1 น้ำผึ้งบอก 1 ช่อแดง ฉัตรแดง ข้าวตอกดอกไม้แดง เทียนคู่ 1 หมาก พลู กล้วย อ้อย แกงส้ม แกงหวาน ผลหมากรากไม้ อย่างละ 1 อัน แขวนไว้ใต้ที่นอน เด็กผู้นั้น แล้วนำไปวางไว้ทางทิศใต้ ในเวลาเช้าจนครบ 3 วัน จากนั้นจึงอาบน้ำดำหัวเสีย จะหายป่วย”

    
เมื่อนำเครื่องสังเวยไปวางแล้ว ให้บอกกล่าวแม่เกิด ดังนี้

   
คำกล่าว

     “ ดูกรา แม่เกิดผู้ชื่อว่าดั่งนี้ อันมากระทำร้ายบีบเบียนหื้อเจ็บไข้ได้พยาธิโรคาไข้ร้อน ไข้หนาว ไห้อ้อนค่ำคืน บ่กินข้าวกินนม เจ็บตา ปวดท้อง บวมพอง ขี้บ่ออก เยี่ยวบ่ออก เจ็บปาก เจ็บคอ ตาเหลือกตาคืน เป็นจ๋วงเป็นชวา สันนิบาด บ้าวิน ขบเขี้ยวเคี้ยวลิ้น แลขบมือ ร้องไห้เมื่อคืนเมื่อวัน อยู่เหมือนบ่อยากข้าวอยากน้ำ ไข้ขึ้นคิง หลับตาอยู่บ่ปาก บ่ต้วงตีนมือ หื้อปากสุกปากพองปากขม ไข้ร้อนอกร้อนใจ ลิ้นแห้ง นอนบ่ปาก เสียบท้องเจ็บหัว ไข้ราดออกเป็นเมาเป็นขาง เสียบแทง แลมากระทำร้ายหื้อลูกอ่อนผู้นี้เป็น ฉันนี้ คันลูกสูเจ้า กูจักส่งหื้อสูเจ้าเสียแล้ว มันผู้นี้ ก็เป็นลูกตูเด

     บัดนี้กูตกแต่งยังขันคำใบ 1 แลลูกอ่อนผู้ 1 แลช่อขาวฉัตรขาว กล้วยอ้อย ข้าวต้มข้าวหนม ชิ้นปลาอาหาร แกงส้มแกงหวาน หมากเหมี้ยงพลูยา ลูกหมากรากไม้ พร้อมชุเยื่องชุประการ ขอจุ่งหื้อแม่เกิดผู้มีชื่อดั่งนี้ มารับรองเอาขันคำใบนี้แลละอ่อนผู้อัน อยู่ในขันคำ หากเป็นลูกสู ตูก็ส่งหื้อเมือหาสูแล ลูกอ่อนผู้อันเจ็บเป็นนี้ก็หากเป็นลูกตูเด

     ตั้งแต่นี้ไปหน้า อย่าหื้อได้มาใกล้มากายซ้ำพอสองเนอ ลูกสู ตูก็ส่งแล้ว ลูกตูนี้ตั้งแต่นี้ ไปหน้า หื้ออยู่ดีมีสุข หายพยาธิโรคา หื้อรำงับดับหายไปชุวันชุยามแด่เทอะ ”

    
คำแปล

     “ ดูรา แม่เกิดผู้ชื่อว่าเมนกะ ( หรือชื่อสุนันทะ ตามลำดับอายุของเด็กที่เกิด ) อันมากระทำร้าย เบียดเบียนให้ลูกอ่อนเจ็บไข้ ไม่สบาย ร้องไห้ยามค่ำคืน ไม่กินข้าวกินนม เจ็บตา ปวดท้อง บวมพอง อุจจาระปัสสาวะไม่ออก เจ็บปาก เจ็บคอ ตาเหลือก เป็น สันนิบาตร่างกายสั่นคล้ายเป็นบ้า เคี้ยวลิ้นกัดฟัน กัดนิ้วมือ ไม่อยากกินข้าวปลาอาหาร เนื้อตัวร้อน นอนหลับตาไม่ยอมพูดจา ไม่ขยับ เท้า และมือ ปากสุกปากพอง ลิ้นแห้ง เสียบท้อง ปวดหัว เป็นขางตานขโมย หากเป็นลูกของนาง ข้าจะส่งรูปปั้นให้ท่าน ส่วนเด็กน้อย ผู้นี้เป็นลูกของข้าแล

     บัดนี้ ข้าได้จัดเตรียมขันดอกไม้ และรูปปั้นลูกอ่อน 1 คน ช่อขาว ฉัตรขาว กล้วย อ้อย ข้าวต้ม ขนม เนื้อ ปลาอาหาร แกงส้ม แกงหวาน หมากเมี่ยงพลูยา ผลหมากรากไม้ครบถ้วน ทุกประการ ขอให้แม่เกิดผู้มีชื่อว่า เมนกะ (หรือชื่ออื่นๆ) จงมารับเอาเครื่อง สังเวยและลูกอ่อน ที่อยู่ในขันดอกไม้ หากเป็นลูกของนาง ข้าขอส่งคืนให้ ส่วนลูกอ่อนที่ไม่สบายนี้เป็นลูกของข้าแล

     ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นางจงอย่ามากระทำร้าย เพราะลูกของนาง ข้าก็ส่งคืนให้แล้ว ส่วนลูกของข้านี้ นับแต่วันนี้ไปจงอยู่ดีมีสุข หายจากโรคภัยต่างๆ ด้วยเถิด ”

     คำกล่าวในพิธีที่ใช้สะเดาะเคราะห์นั้นจะใช้เหมือนกันหมด เพียงแต่เปลี่ยนชื่อแม่เกิดตามวันเดือนปีเท่านั้น นอกจากนี้ยังมี คาถาสำหรับมนต์น้ำเพื่อใช้ดำหัวและอาบกิน ด้วย ดังนี้

     คาถาน้ำพุทธมนต์เจ้าว่าดั่งนี้ (คาถาน้ำมนต์จบเท่านี้ แล้วใช้ดำหัว หรืออาบกิน หายป่วยแล)

     อินทะสาวํ อินทะวิชา อินทะพลํ อินทเตชํ อินทะวิริยํ อินทะสิทธิ
     อินทะกัมมํ อินทะธัมมํ อินทะสัจจํ อินทะพานํ อินทะโมกขํ อินทะคุยหํ
     อินทะมานํ อินทะสีลํ อินทะปัญญา อินทะสาคยํ อินทะยัสสํ อินทะตปํ
     อินทะริสิ อินทะวัณณํ อินทะสุกขํ อินทะรูปํ อินทะคตํ อินทะเยยยํ
     อินทะรักขํ อินทะเตโชยัสสะ อัตถะตะรามะคัสสันติ มะเหสิโน ปะทิ
     ทิสสะนิจะตํ วันทิ ปุริสุมัตตะมํ


     กล่าวได้ว่า ความเชื่อเกี่ยวกับแม่เกิดนี้ เป็นความเชื่อดั้งเดิมที่มีมาช้านานแล้ว แต่เมื่อ วิทยาศาสตร์มีความก้าวหน้ามากขึ้น และการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ของทางการแพทย์เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ทำให้คติโบราณเกี่ยวกับแม่เกิดเสื่อมความนิยม ลงในที่สุด



ข้อมูลโดย :
สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน