Facebook Twitter
gPlus 

คติความเชื่อแบบคนโบราณ

ข้อห้ามของแม่มานตามความเชื่อของชาวล้านนา

5,846

5 มี.ค.55 10.38 น.

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าคนล้านนาโบราณก็มีข้อห้ามเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวันมากมายเช่นกัน ดังเช่น ข้อห้ามของแม่มานตามความเชื่อของชาวล้านนานั้นถือว่าเป็นสิ่งที่มีการถือปฏิบัติมาช้านานอีกด้วย

    ห้ามลอดรั้ว
การลอดรั้วจะทำให้เกิดยาก เมื่อวิเคราะห์แล้ว เหตุผลที่ห้าม คงเป็นเพราะว่าไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนท้องโต ที่จะลอดรั้ว รั้วสมัยก่อนนอกจากเป็นราวแล้ว บางแห่งยังเป็นรั้วตาแสงมีต้นหนามต่างๆ ปลูกไว้ อาจจะทำให้เกิดอันตราย แก่หญิง แม่มานได้ อีกประการหนึ่งคงจะถือคติตามประวัติของพระองคุลีมาล ออกบิณฑบาต หญิงแม่มานมาตักบาตร เมื่อเห็นหน้าและจำได้ว่า เป็นองคุลีมาล ที่เคยเป็นโจรตัดนิ้วมือมาก่อน ก็ตกใจ จึงวิ่งมุดรั้ว ทำให้ท้องติดอยู่กับรั้ว จึงได้เกิดลูก ณ ที่นั้น

     ห้ามลอดแร้ววัวควาย แร้วทำด้วยไม้ไผ่ยาวหลายวา หมุนรอบตัวได้ ใช้สำหรับล่ามวัวควาย ห้ามแม่มานลอดแร้ว เชื่อว่าจะทำ ให้ลูกที่เกิดมาหลังโกงเหมือนการโก่งของแร้ว ที่จริงคงเป็นเพราะถ้าลอดในเวลา ที่กำลังผูกวัวควายอยู่ หากวัวควายตกใจ วิ่งชน แม่มานล้ม ก็จะเกิดอันตรายได้

     ห้ามผ่ามะพร้าว เชื่อว่าเมื่อหญิงแม่มานผ่ามะพร้าว จะทำให้ลูกที่เกิดมา มีหัวโตดั่งลูกมะพร้าว ที่ห้ามคงเป็นเพราะการผ่า มะพร้าวถ้าไม่ระวังอาจเกิดอุบัติเหตุจากแรงเหวี่ยงของมีดที่ผ่าแฉลบ ทำให้เกิดอันตรายได้

     ห้ามกินอาหารในหม้อขณะที่ยังไม่ได้ยกลงจากเตา เชื่อว่าจะทำให้เจ็บท้องคลอดเป็นเวลานาน ผุดลุกผุดนั่งเหมือนกับหม้อแกง ที่กำลังเดือด หรือลักษณะที่ หม้อแกงยังค้างคาเตาอยู่ จะทำให้ลูกเกิดยากค้างคาอยู่อย่างนั้น ที่จริงการกินอาหาร ในหม้อที่คาเตาอยู่ เป็นลักษณะของการกระทำที่ไม่ดีอยู่แล้ว แม้แต่คนทั่วไปก็ไม่ควรกินถือว่าขึด

     ห้ามผู้เป็นสามีขุดหลุมฝังเสา ตอกตะปู ในระหว่างที่ภรรยาตั้งท้องมานลูก สามีจะไปขุดหลุมฝังเสา เช่น ฝังเสาล้อมรั้วบ้านไม่ได้ หรือจะไปตอกตะปูสิ่งใดๆ ก็ไม่ได้ เชื่อว่าเด็กในท้องจะไม่ยอมออกจากท้องแม่โดยง่าย คงถือตามความหมายของคำที่ว่าฝังเสา ให้แน่นให้มั่น ตอกตะปูเป็นการติดแน่นยึดไว้ ขณะที่เจ็บท้องแต่ไม่ยอมเกิดง่ายๆ ผู้เฒ่าผู้แก่จะให้สามีนึกทบทวนดูว่า เคยไปฝังไป ตอกอะไรไว้บ้าง ถ้าเคยขุดเคยฝังก็ให้ไปรื้อออกให้หมด ถ้าเคยได้ตอกตะปูก็ให้ไปงัดออก

     ห้ามข้ามเชือกวัวเชือกควาย คงเป็นการห้ามข้ามเชือกเส้นที่กำลังใช้ผูกวัว ผูกควายอยู่ เป็นการมองเห็นโทษว่า ถ้าหากวัวควาย ดึงเชือกในจังหวะที่กำลังข้าม จะทำให้สะดุดหกล้มเป็นอันตรายแก่ลูกในท้องได้ คิดว่าคงไม่ใช่เชือกผูกวัวผูกควาย ที่ไม่อยู่ในระหว่าง ใช้งาน แต่คนในสมัยโบราณถ้าห้ามว่าไม่ดีแล้ว เขาจะไม่ยอมข้าม แม้กระทั่งเชือกที่วางไว้เฉยๆ

     ห้ามใช้ไม้สอย การใช้ไม้สอยพืชผักผลไม้ที่อยู่สูง เพราะเกรงว่าไม้ที่ใช้สอยนั้นจะหลุดร่วงลงมาถูกท้องได้ การสอยผักหรือ ผลไม้ที่สูงๆ มักจะใช้ไม้ต่อกันเป็น 2 ท่อน ถ้าผูกไม่ดี ไม้ท่อนบนจะร่วงลงมาเป็นอันตรายต่อหญิงแม่มาน

     ห้ามนอนหงาย เวลานอนให้หญิงแม่มานนอนตะแคงห้ามนอนหงาย ถ้านอนหงายเด็กจะดิ้นแรงทำให้ท้องแตก ความจริง ที่ห้ามนอนหงาย เนื่องจากหญิงแม่มานท้องโต ทำให้อึดอัด นอนไม่สบาย

     ห้ามจับถือยารักษาโรค
ห้ามจับถือเครื่องยาทุกชนิด เชื่อว่าจะทำให้ยารักษาโรคเหล่านั้นหมดประสิทธิภาพ คุณไสยที่เสกเป่าใส่ ตัวยาไว้จะเสื่อมไป ใช้รักษาโรคต่างๆ ไม่ได้ผล

     ห้ามทักทายผู้อื่นที่กำลังไปทำมาหากิน
การไปทำมาหากินในที่นี้ หมายถึง การไปหาปูหาปลา ไปค้าขาย ไปเพื่อการเสี่ยงโชค เป็นต้น ถ้าหญิงแม่มานไปทักทายเขาแล้ว จะทำให้คนเหล่านั้นไม่พอใจ เพราะเชื่อว่าเมื่อถูกหญิงแม่มานทักแล้ว จะทำให้ไปทำมา หากิน "แก๋น" (อับโชค) ถ้าไปค้าขายจะทำให้ค้าขายไม่ได้หรือไม่คล่อง ถ้าไปหาปลาตกปลาก็จะไม่ได้ปลาดังที่ได้ตั้งใจไว้ ความเชื่อนี้ คงจะลากเข้าไปหาคำว่า “แม่มาน” เป็น "แม่มาร" ที่คอยขัดขวางทุกอย่าง รวมทั้งขัดโชคขัดลาภด้วย

     ห้ามผูกข้อมือบ่าวสาว เมื่อมีงานมงคลที่เรียกกันว่า "กินแขกแต่งงาน" ห้ามแม่มานร่วมผูกข้อมือบ่าวสาวเด็ดขาด เชื่อกันว่าจะ ทำให้งานนั้นเสียความเป็นมงคล จะเกิดอุบาทว์แก่บ่าวสาวทั้ง 2 เป็นธรรมดาอยู่เองที่บ่าวสาวโดยเฉพาะสาว เมื่อได้เห็นแม่มาน อุ้มท้องอุ้ยอ้าย ย่อมเกิดความกลัวเป็นกังวล เพราะตัวเองยังไม่เคย แต่เมื่อแต่งงานแล้วก็จะต้องอุ้มท้องแบบนี้ อาจจะทำให้คิดมาก และไม่เป็นสุข หรือ เป็นเพราะคำว่าแม่มาน ถูกลากความหมายเป็น แม่มาร ที่ขัดขวางความสุข ก็ได้

     ห้ามข้ามไม้ที่จะใช้ปลูกบ้าน
ห้ามแม่มานข้ามไม้ที่เตรียมไว้สำหรับปลูกเรือน ยิ่งเป็นไม้ที่จะต้องอยู่สูงอย่างเครื่องไม้หลังคา ก็ยิ่งไม่สมควร แม้แต่หญิงที่ไม่ตั้งท้อง ก็ไม่ให้ข้ามอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ท่านห้ามแม่มานข้ามไม้ที่จะนำไปปลูกเรือน แม้แต่ไม้ อย่างอื่นก็ไม่ควรข้ามด้วย เพราะแม่มานเวลาเดินข้ามสิ่งใดย่อมมองดูข้างล่างไม่ได้เต็มตา เนื่องจากท้องที่ใหญ่บังอยู่ ถ้าสะดุดหกล้มลง ย่อมจะทำให้เกิดอันตรายแก่ตัวเองและลูกในท้องได้

     ห้ามสร้างวัตถุใดเป็นการกุศล ห้ามแม่มานสร้างกุฎี วิหาร อุโบสถ สร้างบ่อน้ำ สร้างศาลา เป็นทาน และห้ามเป็นเจ้าภาพบวช พระบวชเณร จะทำให้เกิดความวิบัติ แก่ตัวเอง การสร้างสิ่งเหล่านี้เป็นทานในระหว่างที่กำลังตั้งท้อง ย่อมทำให้เกิดกังวลใจ สมัย โบราณถือว่าการสร้างสิ่งเหล่านี้เป็นงานใหญ่ ต้องใช้ความคิด และต้องเสียค่า ใช้จ่ายมาก ที่เรียกกันว่า "กินใหญ่ทานหลวง" แม่มาน ควรจะได้พักผ่อนทำใจให้สบาย ถ้าใจกังวลแล้ว ย่อมไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพและลูกในท้อง

     ห้ามไปเผาศพ ที่ห้ามหญิงท้องมานไปเผาศพคงจะเกรงว่า เมื่อไปเห็นสภาพของศพแล้วทำให้คิดมาก เสียขวัญ แม้บรรยากาศ ในการส่งศพเผาศพก็มีแต่ความเศร้าโศกเสียใจ จึงไม่เป็นมงคลสำหรับหญิงแม่มานและลูกในท้องด้วย

     ห้ามไปดูคนอื่นเกิดลูก กลัวว่าเด็กจะอายกันไม่กล้าที่จะออกมา ในล้านนาบอกว่าเด็กจะเกี่ยงงอนกันออกก่อน เหตุผลที่ห้าม คงเพราะกลัวว่าหญิงมีท้องจะไปเห็นอาการเจ็บปวด ความลำบากในการเกิดลูก ทำให้เกิดความกลัวในเวลาที่ตัวเองจะคลอด

     ห้ามเย็บปากหมอนปากที่นอน หมอนหรือที่นอนที่ยัดนุ่นไว้ จะมีช่องหรือปากสำหรับยัดนุ่นเมื่อนุ่นเต็มแล้วก็เย็บปิดป้อง กันนุ่นหลุดไหลออกมา เมื่อหญิงมีท้องเป็นคนเย็บปิด จะเป็นการปิดช่องปิดรูทำให้เกิดยาก ต้องทรมานมาก

     ห้ามยืนคาประตูคาบันได จะทำให้เกิดยาก ค้างคาอยู่ไม่ยอมออกมาง่ายๆ เหตุผลที่ห้าม เนื่องจากประตูเป็นทางเข้าออก ก็จะเป็นที่กีดขวางเวลาคนอื่น อาจถูกชนได้ง่าย ถ้าเป็นบันไดก็อาจทำให้พลัดตกเป็นอันตรายแก่เด็กในท้อง

     ห้ามบิดผ้า เมื่อซักผ้าห้ามบิดผ้า เมื่อซักแล้วก็ให้ตากทั้งเปียกน้ำอย่างนั้น ถ้าบิดผ้าจะทำให้เด็กที่จะเกิดมาปากเบี้ยวตาเหล่ ที่ห้ามบิดผ้าคงเป็นเพราะต้องใช้กำลังโดยเฉพาะผ้าที่มีน้ำหนักมาก เช่นผ้าปูที่นอน ในสมัยโบราณใช้ผ้าทอมือ ซึ่งหนาและหนัก เวลาเปียกน้ำ ทำให้บิดลำบาก

     ห้ามหันหลังผิงไฟ หญิงมีท้องห้ามหันหลังผิงไฟ ถ้าจะผิงก็ให้หันหน้าเข้าเพราะเชื่อว่าจะทำให้ลูกติด รกติด ทำให้เกิดยาก รกก็ออกช้าหรือออกยาก คงเป็นเพราะว่ากลัวแม่มานจะพลาดพลั้งล้มใส่กองไฟเป็นอันตรายมากกว่า

     ห้ามนุ่งผ้าอาบน้ำ จะทำให้มีน้ำมากในเวลาคลอด จึงให้หญิงแม่มานแก้ผ้า อาบน้ำ และเวลาที่อาบน้ำก็ต้องเป็นหลังจากตะวันตกดินแล้ว คือในเวลาที่เรียกกันว่า "ดาวออกพร้อม" เหตุผลที่ให้หญิงมีท้องแก้ผ้าอาบน้ำในเวลาค่ำมืด คงเพราะในสมัยก่อนห้อง อาบน้ำไม่มี จะตักน้ำจากบ่อขึ้นมาอาบในที่โล่งแจ้ง การที่จะให้หญิงแก้ผ้าอาบน้ำในเวลาที่ยังไม่มืดนั้นคงไม่เหมาะสม การอาบน้ำ ของหญิงแม่มานนี้ ตรงกันข้ามกับทางภาคกลาง ซึ่งพระยาอนุมานราชธนเขียนไว้ในหนังสือการเกิดของท่านว่า ห้ามหญิงมีครรภ์ อาบน้ำหรือลูบตัวในเวลากลางคืน คติของญวนก็ห้ามหญิงแม่มานอาบน้ำในเวลากลางคืนเหมือนกัน แต่ไม่ได้บอกเหตุผลไว้

     ห้ามดูสุริยะคราส หรือจันทรคราส โดยเฉพาะเมื่อเกิดจันทรุปราคา ทางเหนือเรียก "เดือนทือกัน" คือราหูอมจันทร์ นั่นเอง ถ้าแม่มานหรือคนมีท้องจะดูก็ดูได้ แต่ให้ออกจากนอกชายคาแล้วจึงดู ถ้ายังอยู่ใต้ชายคามองดู เชื่อว่าเด็กที่เกิดมาจะตาเข หรือ ตาเหล่


ข้อมูลโดย :
สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน