Facebook Twitter
gPlus 

วัตถุมงคล

พระกริ่งวัดบวรนิเวศวิหาร

6,883

12 ก.ย.52 11.26 น.

ต้นกำเนิดของพระกริ่งนั้นเข้าใจว่าคงจะเริ่มต้นในพุทธศาสนาแบบมหานิกายที่แพร่หลายในจีน และทิเบต โดยบรรจุเม็ดกริ่งเข้าไปในองค์พระไภษัชคุรุ ซึ่งหมายถึง "เภสัช" หรือ "ยา" เพื่อใช้แช่น้ำมนต์รักษาโรคภัยไข้เจ็บ ในขณะบูชาต้องเขย่าองค์พระให้ดังกังวาลไปยังพระผู้มีพระภาคเจ้า เหมือนกับคติการตีระฆังเวลาทำบุญ

      พระกริ่งจีนที่เข้ามาในสยามประเทศและมีชื่อเสียงโด่งดังก็เช่น พระกริ่งใหญ่ พระกริ่งจีนใหญ่ พระกริ่งเทาะละทีตีอ๋อง ส่วนที่มาจากเขมรก็มีกริ่งบาเก็ง และกริ่งหนองแส ซึ่งเราเรียกว่าชุด "กริ่งนอก" 

      ส่วนชุด "กริ่งใน" นั้นต้องยกให้พระกริ่งปวเรศฯ ซึ่งสร้างโดยสมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ แห่งวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งขึ้นชื่อลือลั่นส่งผลให้วัดบวรนิเวศกลายเป็นวัดสายพระกริ่ง

      โดยเฉพาะสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ที่ทรงประทับอยู่ที่วัดบวรฯ มักจะสร้างพระกริ่งเป็นประเพณีสืบทอดมา เช่น ในปี พ.ศ.2495 สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สกลมหาสังฆปริณายก มีพระชนมายุครบ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับบำเพ็ญกุศลฉลองพระชนมายุถวายเป็นพระราชกุศล และในปี พ.ศ.2496 ได้มีการประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธปฏิมา ทีฆายุมหามงคล จัดสร้างวัตถุมงคลนามว่า "พระไพรีพินาศ"

      โดยจำลองพุทธลักษณะของพระไพรีพินาศ เดิมเป็นนามของพระพุทธรูปศิลา ซึ่งมีผู้นำมาถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ช่วงที่ราชสำนักเกิดเหตุการณ์วุ่นวายแล้วสามารถคลี่คลายลงได้ จึงถือกันว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลให้ศัตรูพ่ายแพ้ภัยตนเอง โดยจัดสร้างทั้งพระบูชา พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ เหรียญ ตลอดจนหม้อน้ำมนต์ ทั้งพระกริ่งปวเรศฯ และพระกริ่งไพรีพินาศ เป็นที่ต้องการของพุทธศาสนิกชนซึ่งปัจจุบันหาได้ยากเย็นมาก

     ยิ่งเป็นพระกริ่งปวเรศฯ ด้วยแล้ว ขอบอกเลยว่าโอกาสจะเจอยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ตั้งแต่เกิดมาเคยเห็นองค์แท้ๆ แค่ 2 องค์เท่านั้น องค์หนึ่งอยู่ในพิพิธภัณฑ์วัดบวรฯ ดังนั้นใครที่จะเล่นพระกริ่งปวเรศฯ ขอเตือนด้วยความหวังดีว่า ถ้าไม่ชัวร์จริงหันมาเล่นพระกริ่งอื่นๆ สายวัดบวรฯ จะดีกว่า

     ในปี พ.ศ.2552 นี้ต้องนับเป็นโอกาสอันดีของพวกเราชาวไทย ในวาระที่องค์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จะทรงเจริญพระชันษาครบ 8 รอบ สิริรวม 96 ปี ซึ่งตรงกับวันที่ 3 ตุลาคม 2552 อีกทั้งยังเป็นวาระครบ 20 ปีแห่งการสืบทอดมหาศาสนากิจในการได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สถิตเป็นพระประมุขแห่งพุทธจักร และบำเพ็ญศาสนกิจเพื่อพระศาสนามาเป็นระยะเวลายาวนาน

     จึงมีการจัดสร้างสิ่งสักการะอันเป็นมงคล "สายวัดบวรฯ" เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ และเพื่อสืบทอดตำรับการสร้างพระกริ่งแห่งวัดบวรฯ ตามธรรมเนียมและกรรมวิธีโบราณ อันประกอบด้วย พระพุทธชินสีห์ เนื้อทองเหลือง รมดำ ขนาดหน้าตัก 9 พระกริ่ง 96 พรรษา เนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ และครอบน้ำมนต์ เนื้อทองแดง นับเป็นของดีสายวัดบวรฯ ที่ขอบอกว่าไม่ควรพลาดโดยเด็ดขาด ประกอบพิธีเททองไปเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมานี้ โดยสมเด็จพระมหาธีราจารย์เป็นประธานเททอง กำหนดพิธีพุทธาพิเษกในวันที่ 22 ก.ย.ที่จะถึง ณ พระอุโบสถ วัดบวรฯ

ทราบมาว่าตอนนี้ "พระกริ่ง เนื้อนวโลหะ" เหลือไม่ถึง 700 องค์แล้ว
ติดต่อได้ที่ศาลาเขียว วัดบวรนิเวศวิหาร หรือโทร. 08-7613-3999





ข้อมูล http://www.khaosod.co.th/

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน