ความเชื่อเรื่องกำเนิดแมว

ใครสร้างแมว..ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนแล้วแต่มีตำนานทั้งสิ้น กำเนิดของแมวก็เช่นเดียวกัน ตำนานเทพของกรีกเชื่อต่อๆกันมาว่า อาร์เทมิส (เทพธิดาแห่งดวงจันทร์)


     เป็นผู้สร้างแมวเพื่อแก้แค้นเทพอะพอลโล (น้องชาย) ที่สร้างสิงโตมาทำให้นางกลัว นางจึงทำให้แมวเป็นเหมือนสิงโตแต่ทำให้เหมือนกับย่อส่วนลงมาเพื่อจงใจเยาะเย้ยเทพอะพอลโล 

   ต้ น ต ร ะ กู ล แ ม ว

      นักชีววิทยาค้นพบว่า บรรพบุรุษของแมว ถือกำเนิดขึ้นกว่า 50 ล้านปีมาแล้ว เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและกินเนื้อเป็นอาหาร เรียกว่า Miacisและได้วิวัฒนาการมาเรื่อย ๆ จนคล้ายแมวในปัจจุบัน

 

      เมื่อประมาณ 10 ล้านปีก่อน มีสัตว์ลักษณะคล้ายแมวเรียกว่า Dinistis มีขนาดของลำตัวและรูปร่างเท่ากับแมวป่าดูเหมือนพันธุ์ของสุนัขซึ่งแมวในยุคสมัยหนึ่งล้านปีก่อนยุคที่มนุษย์เพิ่งจะเกิด ขึ้นบนโลก ได้รับวิวัฒนาการมาจาก Dinistis มีฟันเหมือนพวกสุนัขและเสือ

      แต่ปัจจุบันสัตว์ชนิดนี้ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว ต้นตระกูลของแมวแยกมาจากเสือไซบีเรียนที่มีช่วงลำตัวนับตั้งแต่บริเวณจมูกมาถึงปลายหางยาวประมาณ 4 เมตร หรือมากกว่า13 ฟุต ผิวลำตัวบายดอกมีจุดสีน้ำตาลทึบ

 

      สำหรับแมวที่มีต้นตระกูลอยู่ในประเทศอินเดียและศรีลังกามีช่วงลำตัวยาวมากกว่า 60 ซ.ม. หรือ 2 ฟุต ในปัจจุบันได้มีการรวบรวมสายพันธุ์แมวไว้ทั้งหมดไว้ถึง 36 ชนิดโดยจัดแมวทั้งหมดไว้ตระกูลเดียวกันกับ สิงโตและเสือดาว

      แต่ที่กล่าวมานี้ไม่ใช่ต้นตระกูลของแมวบ้าน เป็นเพียงสายพันธุ์หนึ่งสัตว์ตระกูลนี้ ต้นตระกูลของแมวบ้านจริง ๆ นั้นและต้นตระกูลของแมวพื้นเมือง ต่างๆ

 

     สำหรับแมวบ้านที่เราเลี้ยงกันอยู่มีความเกี่ยวพันใกล้ชิดกับแมวป่าอันเป็นพันธุ์ดั้งเดิมเก่าแก่ของโลกตามปกติแมวที่เรานำมาเลี้ยงในบ้านมีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติที่ได้จาก การผสมพันธุ์พัฒนามาจากแมวป่าแอฟริกากับแมวป่าแถบยุโรป

      ต่อมาก็ถึงยุคอียิปต์โบราณ ยุคนี้เป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของแมว เมื่อประมาณ 4000 กว่าปีก่อนพวกชาวนาได้นำแมวป่า หรือเรียกได้ว่าเป็นแมวพื้นเมืองของอียิปต์ มาฝึกให้เชื่องเพื่อใช้จับหนูในโรงนา คงจะเป็นเพราะหนูในโรงนาหมดไป ทำให้ผลิตผลและพืชพันธุ์เสียหายน้อยลงประชาชนก็มีอาหารอุดมสมบูรณ์และไม่มีโรคที่เกิดเนื่องมาจากหนู

 

      ชาวอียิปต์โบราณจึงนับถือแมวเป็นสัตว์เทพเจ้า และเริ่มนับถือเทพเจ้าองค์หนึ่งคือ "เทพีบาสต์" (ตัวเป็นคนแต่หัวเป็นแมว) เป็นเทพเจ้าแห่งความรักและความอุดมสมบูรณ์และมีถิ่นอยู่ที่เมืองบูบาสติส นอกจากจะใช้แมวจับหนูในโรงนาแล้ว ยังใช้จับหนูบนเรือสินค้าด้วย

      ตรงจุดนี้เลยเกิดความเชื่อว่าเมื่อเรือเทียบท่าแมวก็ลงจากเรือแต่ไม่ได้กลับขึ้นเรือ จึงทำให้แมวแพร่พันธุ์ไปทั่วโลกในความจริงแล้วแมวมีอยู่ทุกทวีป ชาวอียิปต์โบราณนี้นับถือแมวมากขนาดแมวในบ้านตายถึงกับต้องนำไปทำมัมมี่ (มัมมี่มนุษย์นั้นจะทำก็ต่อเมื่อเป็นศพของพวกขุนนางชั้นผู้ใหญ่และกษัตริย์เท่านั้น)

 

     หาดูได้ที่พิพิธภัณฑ์ในประเทศอังกฤษ และถึงคราวที่อียิปต์โบราณล่มสลาย ในเมื่อแมวเป็นสัตว์เทพเจ้าของชาวอียิปต์โบราณชาวอียิปต์โบราณมีกฎว่าผู้ใดฆ่าแมวก็จะต้องถูกลงโทษสถานหนักพวกที่ต้องการยึดครองอาณาจักรอียิปต์จึงใช้วิธีชั่วร้าย อุ้มแมวไปรบด้วย ทหารอียิปต์จึงไม่อาจสู้ได้

 

       แต่ถึงอียิปต์โบราณจะล่มสลายไป ชาวอียิปต์ในสมัยนั้นก็ยังนับถือบูชาแมวเหมือนเดิม สมัยนั้นโรมันปกครองอียิปต์ ใครฆ่าแมวยังถูกพวกอียิปต์ลงโทษประหารเลย

       หลังจากอียิปต์โบราณล่มสลายไปแล้ว เริ่มเข้าสู่ยุคกลาง ในยุโรปมีความเชื่อเรื่องแม่มดและความชั่วร้ายต่างๆ ชาวยุโรปในยุคนี้กล่าวหาว่าแมว(ดำ) เป็นสัตว์เลี้ยงของแม่มด

 

       ดังนั้นใครเลี้ยงแมวผู้นั้นจะถูกประณามว่าเป็นแม่มดร้าย พวกนี้มักโดนเผาเป็นเป็นทั้งแมวทั้งคนในที่สุด ความเชื่อเหล่านี้ทำให้แมวในยุโรปลดน้อยลงไป....เมื่อไม่มีแมวสิ่งที่เกิดตามมาก็คือกองทัพหนูไงล่ะ กาฬโรคก็เลยระบาดหนักในแถบยุโรปยุคนั้น

       ในยุคใกล้ ๆ กันนี้ ในแถบเอเชียอย่างญี่ปุ่นและจีน เริ่มเลี้ยงแมวมากขึ้นจากเดิมที่เคยเลี้ยงอยู่แล้ว และที่ญี่ปุ่นก็ยังใช้แมวเป็นสัญลักษณ์นำโชค จะเห็นได้จาก "แมวกวัก" ที่ใช้กันทั่วไปตามร้านค้า
จะใช้กวักลูกค้าหรือกวักเงินก็แล้วแต่ท่าทางของแมวกวักตัวนั้น ๆ

 

      และจีนก็เชื่อว่าแมวเป็นสัตว์นำโชคเช่นกัน ความเชื่อบางอย่างในประเทศไทยก็มีนะคะ เช่น หากเห็นแมวล้างหน้า ว่ากันว่า วันนั้นฝนจะตกค่ะ

ประเทศไทยก็นิยมเลี้ยงแมวมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยแล้ว เลี้ยงไว้เพื่อใช้จับหนูเหมือนกับชาวอียิปต์ และคนไทยก็ยังนับถือแมวอยู่เหมือนกัน เพราะยังมีคำพูดที่ว่า" หากใครฆ่าแมว 1 ตัว เท่ากับฆ่าเณร 1 องค์ "






ข้อมูล
http://www.thaigoodview.com/library/

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: