สายสะดือเด็กแรกเกิดกับความเชื่อ



ขอพูดถึงเรื่องสายสะดือกันเสียหน่อย เพราะเห็นว่าน่าสนใจจากการอ่านตำราการเลี้ยงลูกในสมัยก่อน เห็นว่ามีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องสายสะดือเด็กดังนี้

แบบไทย : เมื่อลูกอายุประมาณ 7-10 วัน สายสะดือก็จะหลุด สมัยก่อนมักโรยขมิ้นแล้วเก็บไว้ในภาชนะ

- บ้างก็ว่าเมื่อมีลูกคนต่อไป ให้นำสายสะดือนี้มาต้ม ให้เด็กๆ ดื่มน้ำ พี่น้องจะได้รักกัน

- เมื่อมีใครป่วยหนักกินยาอะไรก็ไม่หายสักที จะฝนสายสะดือแห้งที่เก็บเอาไว้ เป็นน้ำกระสาย กับยา หรือใช้สายสะดือแห้งฝนกับน้ำมะนาว ทาแก้พิษแมลงกัดต่อย

เยอรมัน : พ่อของเด็กจะเก็บสายสะดือที่หลุดแล้วเอาไว้ ยิ่งรักษาได้นานเท่าไหร่ เด็กจะเจริญเติบโต แข็งแรง

อังกฤษ : ถือว่าสายสะดือนี้เป็นของขลัง ใครมีติดตัวจะเป็นสิ่งนำโชค เดินทางไปไหน ก็ปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ

     ในปัจจุบัน ความเชื่อหรือข้อปฎิบัติเหล่านี้คงเหลือน้อยเต็มที เรารู้แล้วว่าความสำคัญของสายสะดือคือ เป็นเสมือนเครื่องมือหล่อเลี้ยงชีวิตลูกน้อยระหว่างอยู่ในครรภ์

     แต่เมื่อ คลอดออกมาแล้วคุณหมอทำการตัดสายสะดือและผูกให้เรียบร้อย ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของคุณแม่ที่ต้องดูแลให้สะอาดที่สุด (ตามหลักการแพทย์ในปัจจุบัน) เพราะตราบใดที่สาย สะดือยังไม่หลุดออกไป โอกาสที่ลูกน้อยจะติดเชื้อทางสายสะดือมีมาก

      ถ้าใครมาบอกให้คุณแม่นำน้ำลายก่อนการล้างหน้า แปรงฟันมาหยอดใส่สะดือลูกที่จวนจะหลุด เพราะเชื่อว่า จะทำให้สายสะดือหลุดออกมา หรือให้ทาแป้งบริเวณสะดือ ให้ปิด สะดือไว้ด้วยผ้าไม่ให้น้ำเข้า ก็อย่าหลงเชื่อค่ะ เรื่องแบบนี้ต้องใช้วิจารณญาณให้มากๆ ทำตามหลักการที่ถูกต้องดีกว่าค่ะ

      ส่วนจะเก็บหรือไม่นั้นก็แล้วแต่คุณแม่ แต่โดยส่วนมากมักจะเห็นเก็บกัน เพื่อสื่อความหมายด้านจิตใจกันมากกว่า








ที่มา บอร์ด พัฒนาชุมชน พระนคร 45

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: