เค้กแต่งงานกับช่อดอกไม้


ในพิธีแต่งงานของตะวันตกจะมีการโปรย confetti หรือ กระดาษสีชิ้นเล็กๆ ไปยังคู่บ่าวสาว รูปแบบดั้งเดิมของพิธีช่วงนี้ไม่ได้ใช้กระดาษสีสันสวยงามแต่อย่างใด เขาโปรยข้าวสาลี ในฐานะสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ และโปรยให้เฉพาะเจ้าสาวเท่านั้น เป็นการอวยพรให้เจ้าสาวตั้งครรภ์เร็วๆ มีลูกเต็มบ้านเหมือนข้าวสาลีให้กำเนิดขนมปัง

     ส่วนเค้กแต่งงงานนั้นก็มีต้นกำเนิดมาจากความเชื่อทำนองเดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนจากขนมปังมาเป็นเค้ก แขกเหรื่อจะนำเค้กเจ้าสาว (bride-cake) มามอบให้เจ้าสาว ดังนั้นงานสมัยก่อนจึงมีเค้กมากมายหลายก้อน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นสัญลักษณ์อวยพรว่า ขอให้เจ้าสาวมีลูกง่าย มีลูกไว ๆ

      ถ้าญาติพี่น้องหรือเพื่อนคนไหนไม่ได้มางาน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม คู่แต่งงานใหม่ต้องส่งเค้กไปให้เป็นการเสริมโชคให้กับคู่แต่งงาน เพราะคนที่ได้รับของขวัญ (เค้ก) ย่อมจะรู้สึกขอบคุณผู้ให้ และอวยพรอันเจริญและเป็นสิริมงคลให้กับคู่แต่งงานใหม่ด้วย

      ส่วนช่อดอกไม้นั้นเดิมเจ้าสาวไม่ได้โยนช่อดอกไม้และไม่ได้โยนให้เพื่อนเจ้าสาวแต่โยนให้เพื่อนเจ้าบ่าวที่เป็นอัศวินพิทักษ์เจ้าสาวมาตลอดงาน ของที่โยนคือสายรัดถุงเท้ายาวของเจ้าสาวเอง แน่นอนว่าต้องใช้ช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานเฮอา เพราะหนุ่มๆต้องพยายามฉกชิง เครื่องราง แห่งโชคชิ้นนี้ให้ได้

      ต่อมาเมื่อเกิดคริสต์ศาสนา ธรรมเนียมดังกล่าวก็ถูกมองว่าออกจะกระตุ้นความรู้สึกในทางเกินงาม และไม่เหมาะสมมากไปหน่อย เราต้องเข้าใจว่าสมัยก่อนนั้น ผู้หญิงนุ่งกางเกงหรือกระโปรงสั้นยังไม่ได้เลย ประสาอะไรกับสายรัดถุงเท้าที่อยู่กับขาผู้หญิงและอยู่ใต้กระโปรงเล่า

      ตั้งแต่นั้นจึงเปลี่ยนจากสายรัดถุงเท้ามาเป็นพวงดอกไม้หรือมาลัย คราวนี้ไม่โยนให้ผู้ชายแล้วหันมาโยนให้เพื่อนเจ้าสาวแทน




ที่มา นิตยสารพลอยแกมเพชร

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: