หยก อัญมณีเสริมสิริมงคล

อัญมณี ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คนนิยมเสริมสิริมงคลให้มากขึ้น ด้วยความที่มันสวยเป็นเครื่องประดับได้ และยังถือว่าเสริมมงคลอีกต่างหาก


     "หยก" หมายถึง แร่สองชนิด คือ เจไดต์และเนไฟรต์ แร่ทั้งสองชนิดนี้มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกันและมีรูปลักษณ์เหมือนกันมาก ซึ่งจะมีสีแตกต่างกันออกไป นับตั้งแต่สีขาวนวลไปจนถึงสีม่วงหรือแม้กระทั่งสีดำและสีเขียว ซึ่งเป็นสีที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด

     "หยก" ซึ่งเป็นชื่อเรียกรวมของแร่ทั้งสองชนิดนี้ มีต้นกำเนิดมาจากคำภาษาสเปน "piedra de la ijada" แปลตามตัวว่า "หินสีข้าง" (เชื่อว่าเป็นชื่อที่ตั้งให้กับหินชนิดนี้ ในฐานะที่ชาวอินเดียนนำหินดังกล่าวมาใช้ในการรักษาที่เกี่ยวกับไต) นักผจญภัยชาวสเปนผู้ค้นพบในอเมริกาเชื่อว่าหยกสามารถรักษาโรคไตได้ นอกจากนี้คำว่า "Nephrite" ยังมาจากคำว่า "Nephros" ซึ่งเป็นภาษากรีกแปลว่า "ไต"

      ชาวอินเดียนแดงสวมใส่แร่ชนิดนี้เป็นเครื่องรางป้องกันไม่ให้ถูกงูพิษกัดและเพื่อรักษาโรคลมบ้าหมู และชาวพรีโคลัมเบียน (ชาวอเมริกันอินเดียนก่อนสมัยที่โคลัมบัสค้นพบอเมริกา) ใช้หยกอย่างแพร่หลาย เช่นเดียวกับมหาราชาของอินเดียหลายพระองค์ที่คลั่งไคล้หยกอย่างมาก เพราะสมบัติล้ำค่ามากมายของมหาราชาเหล่านี้แกะสลักมาจากหินอันทรงคุณค่าชนิดนี้นั่นเอง

      แต่ทว่าไม่มีชาติใดที่จะมีความเกี่ยวข้องกับหยกมากไปกว่าชนชาติจีนอีกแล้ว ชาวจีนนำหยกมาใช้เมื่อ 4,000 ปีมาแล้ว หยกฝังแน่นกับวัฒนธรรม หลักปรัชญา และมโนทัศน์ของชาวจีน หยกคือสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวกับชนชาติจีน แม้กระทั่งปัจจุบันก็มีชาวตะวันตกไม่มากนักที่ลุ่มหลงหยก หยกที่ดีที่สุดนั้นมาจากประเทศพม่า คนจีนนั้นมีความเชื่อว่าหยกมีพลังอำนาจพิเศษที่ช่วยคุ้มครองผู้สวมใส่ เช่น คนที่ใส่ตกบันไดหรือถูกรถชน 

     แต่สิ่งที่ได้รับความเสียหายอย่างเดียวคือ สร้อยข้อมือหยก หยกจะแตกเป็นเสี่ยงๆ หรือไม่ก็หักเป็นสองซีก เพราะว่ามันจะดูดซับผลกระทบจากอุบัติเหตุนั้นไว้และยอมให้ตัวมันเองแตกหัก ก็เลยช่วยชีวิตของคนสวมหรือช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายร้ายแรงขึ้นได้ ใครก็ตามที่เพิ่งประสบเหตุการณ์ทำนองนี้จะรีบออกไปซื้อจี้หยกมาแทนของเก่าทันที ไม่มีใครสนใจจะสวมใส่หยกที่ได้รับการซ่อมใหม่แม้ว่าจะซ่อมออกมาดีก็ตาม เพราะพลังอำนาจในการคุ้มครองหมดไปแล้วจึงต้องใช้อันใหม่แทนที่

     ส่วนเคล็ดลับในการเลือกซื้อหยกนั้นมีอยู่ 6 ข้อด้วยกัน แต่สีเขียวจะเป็นหยกที่มีราคาแพงสุด แต่เคล็ดนี้ก็ใช้ได้กับหยกทุกสี สิ่งสำคัญสุดในการเลือกคือ สี สี "เขียวมรกต" เป็นสีที่คนเสาะหามากที่สุด เพราะเป็นของมรกต จึงควรเป็นสีที่บริสุทธิ์ เข้ม สม่ำเสมอกันทั้งเม็ด สีซีดยิ่งราคาถูก จากนั้นก็เป็นสีดอกลาเวนเดอร์หรือสีม่วง ยิ่งมีสีเข้มมากเท่าไหร่ยิ่งดี เวลาส่องกับแสงแดดควรจะมีสีกึ่งใส มีความสุกใสเปล่งประกายอยู่เสมอ

     หยกที่เจียระไนเป็นทรงกลมมนหรือลูกปัดเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด เพราะทั้งสองชนิดสามารถตรวจดูทีละเม็ดได้ ถ้าเป็นไปได้ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจดูว่าเป็นหยกแท้ ไม่มีการย้อมสี จะดีที่สุด

     หลักในการซื้อหยกง่ายๆ คือ ผู้ที่ซื้อหยกทุกคนควรรู้สึกดีขึ้นและรู้สึกว่าโชคดีขึ้นเมื่อสวมใส่หยก และยิ่งรู้สึกปลอดภัยขึ้นก็จะดีมาก เพราะคุณค่าของหยกไม่ได้อยู่แค่ความสวยงาม แต่มันอยู่ที่คุณค่าทางจิตใจต่อผู้สวมใส่ด้วย



ที่มา http://www.henghengheng.com/

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: