นางกวัก รูปศักดิ์สิทธิ์แห่งการค้าขาย

นางกวัก เป็นรูปศักดิ์สิทธิ์ที่พ่อค้าแม่ขายในปัจจุบันส่วนใหญ่ให้ความเชื่อถือกันมากว่า จะทำให้การค้าขายประสบความสำเร็จ ร้านค้ามากมายหลายต่อหลายแห่งได้นำรูป ศักดิ์สิทธิ์นี้มาไว้บริเวณหน้าร้าน ซึ่งเปรียบเสมือนการกวัก หรือ เชิญชวนลูกค้าให้เข้ามาอุดหนุนสินค้ามาซื้อของในร้านค้านั่นเอง


     รูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อว่านางกวักนี้ เชื่อกันว่ามีเค้าสืบเนื่องมาจากการนับถือช้าง ซึ่งเป็นสัตว์ที่คนไทยสมัยก่อนยกย่องว่าเป็นสัตว์ที่ดีมีมงคล ช้างเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญกับบ้าน เมืองของเราตลอดมา โดยบางคนได้นำส่วนของจะงอยงวงช้างมาทำเป็นเครื่องรางห้อยคอ เพื่อหวังความสำเร็จในการค้าขาย ต่อมาจึงได้คิดทำเป็นรูปปั้นขึ้นเพื่อเคารพบูชา แทน

ตำนาน

     นางกวักชื่อจริงว่า สุภาวดี บิดาชื่อ สุจิตพราพหณ์ มารดาชื่อ สุมณฑา เกิดที่เมืองมัจฉิกาสัณฑ์ (อยู่ห่างไม่ไกลจากเมืองสาวัตถี) มีครอบครัวประกอบอาชีพทำมาค้าขาย ต่อมา สุจิตตพราหมณ์ผู้เป็นพ่อ ได้ขยายกิจการซื้อเกวียนมา 1 เล่ม นำสินค้าไปเร่ขายในต่างถิ่น บางครั้งบุตรสาวขออนุญาตเดินทางไปด้วย เพื่อเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ระหว่างการ ค้าขาย

     สุภาวดีได้มีโอกาสพบกับ "พระกัสสปเถระเจ้า" เป็นอริยสงฆ์แสดงธรรม หลังจากสุภาวดีฟังธรรมเทศนาอย่างตั้งใจแล้ว พระกัสสปเถระเจ้าได้กำหนดจิตเป็นอำนาจจิตพระ อรหันต์ ประสิทธิ์ประสาทพรให้สุภาวดีและครอบครัว โดยได้ตั้งกุศลจิตประสาทพรเช่นนี้ทุกครั้งที่สุภาวดีมีโอกาสไปฟังจนจบอำลากลับ 

     ต่อมา สุภาวดีได้เดินทางติดตามบิดาไปทำการค้า และมีโอกาสฟังธรรมพระอริยสงฆ์อีกท่านหนึ่ง นามว่า "พระสิวลีเถระเจ้า" สุภาวดีได้ฟังธรรมอย่างตั้งใจ สุภาวดีจึงมีความรู้ แตกฉานในหลักธรรมต่างๆ เป็นอันมาก พระสิวลีเป็นผู้มีชีวิตอัศจรรย์กว่าพระสงฆ์อื่น คือ ท่านอยู่ในครรภ์มารดานานถึง 7 ปี 7 เดือน จึงคลอดออกมา พร้อมด้วยวาสนา บารมี ที่ติดกับวิญญาณธาตุของท่าน ท่านจึงเป็นผู้มีลาภสักการบูชามาหาท่านตลอด

     เมื่อถึงคราวจำเป็นและต้องการ ทุกครั้งที่สุภาวดีได้ฟังธรรมและลากลับ พระสิวลีเถระเจ้าได้กำหนดกุศลจิต ประสาทพรให้สุภาวดีและครอบครัว เช่นเดียวกัน จิตของสุภาวดีจึง ได้รับประสาทพรจากพระอรหันต์ถึงสององค์ ส่งผลให้บิดาทำการค้าได้กำไรไม่เคยขาดทุน

     นางได้รับพรว่า "ขอให้เจริญรุ่งเรืองไพบูลย์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง จากการค้าขายสินค้าต่างๆสมความปรารถนาเถิด"

     บิดารู้ว่าสุภาวดีคือผู้ที่เป็นสิริมงคลที่แท้จริง เป็นที่ไหลมาแห่งทรัพย์สมบัติของครอบครัว ครอบครัวร่ำรวยขึ้นเป็นมหาเศรษฐีมีเงินทองและกองเกวียนสินค้ามากมาย เทียบได้ กับธนัญชัยเศรษฐี บิดาของวิสาขาแห่งแคว้นโกศล บิดาของสุภาวดีได้ฟังธรรมพระพุทธเจ้า ปฏิบัติธรรมด้วยความศรัทธา

 

     เมื่อนางสิ้นชีวิตแล้ว ชาวบ้านจึงปั้นรูปแม่นางสุภาวดี ไว้บูชา ขอให้การค้ารุ่งเรือง และความเชื่อดังกล่าวนี้ ก็แพร่หลายเข้ามายังสุวรรณภูมิ จากการเผยแพร่ของพราหมณ์ และยังคงเป็นความเชื่อที่สืบมาจนถึงทุกวันนี้

 

 

 

 

 


ที่มา http://th.wikipedia.org/


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: