การอยู่ไฟกับความเชื่อ

ทางการแพทย์แผนไทย ได้อธิบายถึงอาการเหล่านี้ว่า การอยู่ไฟ เป็นกระบวนการดูแลหลังการคลอด ซึ่งคนไทย ส่วนใหญ่คุ้นเคยกับ คำว่า อยู่ไฟ มาเป็นเวลาเนิ่นนาน แต่ไม่ทราบว่าวิธีปฎิบัติที่ถูกต้องตามขั้นตอนนั้นเป็นอย่างไร แพทย์แผนปัจจุบันได้อธิบายถึงการอยู่ไฟว่า เกิดจากสมองส่วนที่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายทำงานผิดปกติ เนื่องจาก ขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน จึงเกิดอาการร้อนวูบวาบหรือหนาวสะท้านในผู้หญิงวัยทอง แต่ก็ไม่สามารถอธิบายถึงสาเหตุ ได้ว่าเป็นเพราะเหตุใด


     ทางการแพทย์แผนไทยเรียกว่า เกิดจากภาวะซึ่งขาดความสมดุลของธาตุทั้งสี่ในร่างกายอันได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ อันเนื่องจากในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ร่างกายของผู้เป็นแม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่การเบ่งท้องเพื่อคลอด จนกระทั่งคลอดเสร็จร่างกายอยู่ในภาวะที่ทุกส่วนขยายออก

     การจะทำให้สภาพร่างกาย หลังการคลอดกลับสู่สภาวะปกตินั้น จำเป็นต้องปฎิบัติตามขั้นตอนหลายขั้นตอนอย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตามการที่จะอยู่ไฟหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความสบายใจของผู้รับบริการเป็นหลัก

     ดั้งนั้นทางบ้านเรือนไทย จึงขอเสนอวิธีการอยู่ไฟแบบโบราณดั้งเดิมมาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปให้กับคุณแม่ยุคใหม่ เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันได้อย่างมีคุณภาพด้วยการดูแลคุณแม่หลังคลอดโดยการจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลถึงบ้าน ท่านเพื่อเน้นการสร้างสัมพันธ์ภาพระหว่างแม่กับลูกตามแบบฉบับไทยแท้แต่ดั้งเดิมมาช้านาน

     การอยู่ไฟ โดยใช้ความร้อนที่ได้จากการสุมไฟจากฟืน ซึ่งจะจุดไว้ใต้ถุนบ้านตรงด้านล่างห้องที่คลอด ข้าง ๆ จะขุดหลุมฝังรกกลบดินให้แน่น ปากหลุมคลุมด้วยหนามเล็บเหยี่ยวล้อมด้วย ต่าง หรือ ตาข่าย เป็นการป้องกันผีปอบหรือทะมบ

     บางท้องถิ่นนิยมฝังไว้ใต้บันไดขึ้นบ้านและก่อไฟที่ปากหลุมเพราะเชื่อว่าบันไดเป็นสิ่งอาถรรพ์สามารถทำลายคาถาอาคมเครื่องรางของขลังที่ลอดผ่านได้ พ่อเด็กจะเป็นผู้สุมฟืน คนมาเยี่ยมห้ามพูดเรื่องร้อนหนาว


ที่มา www.banrueanthai.com/

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: