พระเครื่อง กรุวัดใหญ่ชัยมงคล

วัดใหญ่ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเมือง สัญลักษณ์ที่เด่นชัดมองเห็นแต่ไกล คือพระเจดีย์สูงใหญ่เป็นสง่า เดิมชื่อ วัดป่าแก้ว-วัดพระยาไท-วัดเจ้าแก้ว-เจ้าไท

    เชื่อกันว่าเจดีย์ใหญ่ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเฉลิมพระเกียรติยศในชัยชนะและอุทิศส่วนกุศลภายหลังจากการสงครามกับ พระมหาอุปราชา สิ่งศักดิ์สิทธิ์และการนมัสการที่สำคัญภายในวัดคือองค์พระประธาน "พระพุทธชัยมงคล" ภายในโบสถ์ของวัด มีรูปเขียนจิตรกรรมสมัยใหม่ ภาพยุทธหัตถี สวยงาม 

     นอกจากนี้ยังมีวิหารพระนอนไสยาสน์ "อิสริยวงศ์" ศาลพระรูปสำริด พระนเรศวร และสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นอีกมาก นอกจากนี้วัดใหญ่ชัยมงคลยังเป็นที่ตั้ง ของสำนักชี มีการประกอบพิธีบวชชีพราหมณ์สำหรับสตรีที่ต้องการความสงบใน จิตใจโดยเฉพาะ ประวัติวัดเพิ่มเติม

     วัดนี้ตั้งอยู่นอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ทางฝั่งสถานีรถไฟซึ่งอยู่ในตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา ถ้าท่านนั่งรถยนต์จากกรุงเทพฯ มาทางถนนสายเอเซีย ก่อนที่จะถึงทางแยกเข้าตัวเมืองนั้น เราจะเห็นพระเจดีย์องค์ใหญ่องค์หนึ่งทางด้านซ้ายมือของเรา ซึ่งสามารถมองเห็นได้แต่ไกล พระเจดีย์นั้นคือพระเจดีย์ของวัดใหญ่ชัยมงคล 

      ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อ พ.ศ. 1900 สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงพระกรุณาให้ขุดศพเจ้าแก้ว เจ้าไทย ซึ่งตายด้วยโรคอหิวาตกโรคขึ้นเผาและที่ปลงศพนั้นให้สถาปนาพระเจดีย์และวิหารเป็นพระอารามแล้วโปรดพระราชทานชื่อว่า “วัดป่าแก้ว” แล้วจึงโปรดให้ตั้งเป็นสำนักสงฆ์ ซึ่งไปบวชเรียนมาแต่สำนักพระวันรัตนมหาเถรในลังกาทวีป คณะสงฆ์ที่ไปศึกษาพระธรรมวินัยมานี้ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “คณะป่าแก้ว”

     คณะสงฆ์นิกายนี้เป็นที่เคารพเลื่อมใสจากประชาชนเป็นอันมาก สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 จึงทรงตั้งอธิบดีสงฆ์นิกายนี้ เป็นสมเด็จพระวันรัตนมีตำแหน่งเป็นที่พระสังฆราชฝ่ายขวา คู่กับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ซึ่งเป็นพระสังฆราชฝ่ายซ้าย ประชาชนจึงเรียกวัดนี้อีกชื่อหนึ่งว่า “วัดเจ้าพระยาไทย” ด้วยแต่โบราณเรียกพระสงฆ์ว่า “เจ้าไทย” เจ้าพระยาไทยจึงป่า สังฆราช

     ถึงแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหาอุปราชาแห่งพม่าได้ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2135 หมายจะปราบปรามไทยไว้ในอำนาจ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงยกกองทัพออกไปต่อสู้ข้าศึก จนถึงได้ชนช้างกันกับพระมหาอุปราชา ที่ตำบลหนองสาหร่าย ในแขวงเมืองสุพรรณบุรี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชมีชัยชนะ ทรงฟันคู้ต่อสู้สิ้นพระชนม์คาคอช้าง

      แต่ครั้งนั้นไม่สามารถจะตีข้าศึกให้แตกยับเยินไปได้ เนื่องจากกองทัพต่าง ๆ ติดตามไปไม่ทันพระองค์ ครั้นเมื่อเสร็จการสงครามแล้ว สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพิโรธแม่ทัพนายกองเหล่านั้น จะให้ประหารชีวิตแม่ทัพนายกองที่ตามเสด็จไม่ทันเสียให้หมด สมเด็จพระวันรัตนวัดป่าแก้ว ถวายพระพรขอพระราชทานโทษไว้

      แล้วทรงแนะนำให้สร้างเจดีย์ไว้เป็นที่ระลึก เพื่อเฉลิมพระเกียรติยศที่ได้มีชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในครั้งนั้น สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจึงโปรดให้สร้างเจดีย์ใหญ่ขึ้นที่วัดนี้ โดยให้ทรงสร้างครอบพระเจดีย์องค์เดิมที่สร้างในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 เจดีย์องค์ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างขึ้นมานั้น ขนานนามว่า “พระเจดีย์ชัยมงคล” ครั้นนานมาจึงเรียกชื่อวัดนี้อีกชื่อหนึ่งว่า “วัดใหญ่ชัยมงคล” เนื่องจากวัดนี้มีบริเวณกว้างใหญ่มากและเคยเป็นพระอารามหลวงครั้งกรุงศรีอยุธยา ประกอบกับมีพระเจดีย์ใหญ่องค์หนึ่งด้วยชาวบ้านเลยเรียกกันว่า “วัดใหญ่”

     พระกรุวัดใหญ่ชัยมงคล พบจากพระเจดีย์ไชยมงคล มีพระเครื่องด้วยกันหลายพิมพ์ คือ พระขุนแผนเคลือบพิมพ์อกใหญ่ พิมพ์แขนอ่อน พระขุนแผนใบพุทราเนื้อดิน เนื้อชิน และพระพิมพ์นางพญา สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง รัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายหลังการทำศึกจนมีชัยชนะต่อพระมหาอุปราช มีสมเด็จพระพนรัตน์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

พระขุนแผนเคลือบ
     มีทั้งพิมพ์อกใหญ่ และพิมพ์แขนอ่อน ด้านหน้าจะถูกเคลือบด้วยน้ำเคลือบ ส่วนด้านหลังจะไม่ได้เคลือบ แต่อาจจะมีรอยของน้ำเคลือบบริเวณด้านข้างจนถึงด้านหลังบ้าง พิมพ์อกใหญ่จะมี 2 พิมพ์คือ พิมพ์ฐานสูง และ พิมพ์ฐานเตี้ย

พระขุนแผนใบพุทรา
     มีทั้งประเภทเนื้อดิน และเนื้อชินเงิน พระเนื้อดินนั้นมีพิมพ์เดียว แตกต่างเฉพาะปีกด้านข้างองค์พระเท่านั้น ส่วนเนื้อชินเงิน ส่วนใหญ่การตัดขอบจะชิดองค์พระ ซึ่งพระเนื้อชินเงินนี้ นอกจากพบจากกรุวัดใหญ่แล้วก็ยังพบขึ้นจากกรุอื่นๆ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีก เช่น กรุวัดราชบูรณะ เป็นต้น






ที่มา www.7wat.com/

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: