อิทธิพลแห่งแสงแดดกับฮวงจุ้ย



แสงแดดนั้นมีความสำคัญกับการออกแบบบ้านและอาคารเป็นอย่างมากโดย แสงแดดจะเป็นตัวการนำความร้อนมาสู่บ้านอยู่เสมอ เช่น ตอนเวลาสายๆทิศตะวันออกของบ้านจะเป็นส่วนบริเวณที่ร้อนสุดเพราะรับแดดมากสุด หรือช่วงเวลาบ่ายทิศตะวันตกก็จะได้รับแดดที่สุด

     นอกจากนี้ความร้อนที่เกี่ยวข้องกับแสงแดดแล้วแสงนั้นยังเกี่ยวข้องกับความ รู้สึกอารมณ์ของคนด้วย โดยสภาพบ้านที่มืดกับสว่างจะให้ความรู้สึกต่อคนนั้นต่างๆกัน เช่นเดียวกับภาพๆต่างๆที่ช่างภาพนั้นถ่ายรูปโดยช่างภาพทุกคนจะให้ความสำคัญ เกี่ยวกับเรื่องแสงเป็นอย่างมากเพื่อให้ผลงานภาพที่ได้มาได้ความรู้สึกและ อารมณ์ตรงตามความต้องการ

     แสงสว่างนั้นจะให้ความรู้สึกที่สดชื่น กระปรี้กระเปร่า สดใส หากว่าตามหลักการของหยินหยางของศาสตร์จีนนั้นความสว่างนั้นเป็นพลังหยาง ส่วนความมืดนั้นเป็นพลังหยิน โดยหลักการของหยินหยางเบื้องต้นจะเป็นการเปรียบเทียบของสองสิ่งโดยสิ่งด้วย กันโดยสิ่งหนึ่งจะเป็นหยางและอีกสิ่งจะเป็นหยิน โดยสรรพสิ่งในโลกในโลกล้วน แล้วแต่มีสองสิ่งมาประกอบกัน เช่น ทางชีวะมีเพศผู้และเพศเมีย ทางเคมีบอกมีกรดและก็ต้องมีด่าง คณิตศาสตร์มีบวกก็ต้องมีลบ แม่เหล็กมีขั้วบวกและขั้วลบ การเคลื่อนไหวกับการหยุดนิ่ง มีดีก็มีเลว มีก้าวหน้าก็มีเสื่อมถอย ฯลฯ ซึ่งกับแสงนั้นความสว่างก็จะเป็นพลังหยางที่เหมือนความเคลื่อนไหวกระปรี้ กระเปร่า ส่วนความมืดนั้นเหมือนพลังหยินที่เหมือนกับความหยุดนิ่ง ซึมเศร้า ลึกลับ เสื่อมถอย

     โดยบ้านไหนที่แสงสว่างไม่เพียงพอหรือบ้านที่มืดก็จะทำให้คนไม่ค่อยอยู่บ้าน ได้หรือสถานที่ทำงานใดที่มืดก็อาจจะทำให้คนรู้สึกไม่อยากทำงาน ขี้เกียจ ซึมเซาได้เช่นกัน ในทางตรงข้ามหากสถานที่ทำงานนั้นมีแสงสว่างเพียงพอก็จะทำให้บ้านนั้นน่าอยู่ มากขึ้นและหากเป็นสถานที่ทำงานนั้นแสงจะเป็นสิ่งกระตุ้นต่อจิตใจคนให้ทำงาน ได้ดีโดยทำให้คนทำงานนั้นมีความรู้สึกกระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่า มากขึ้นนั้นเอง

     มากกว่านั้นหากเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์นั้นก็จะเหมือนกับวัยเด็กนั้นมี พลังงานหยางเพราะเด็กนั้นมีกำลังเคลื่อนไหว ยิ่งเป็นช่วงวัยรุ่นก็จะเป็นช่วงที่ร่างกายนั้นแข็งแรงที่สุดก็จะมีกำลังมาก สุด ขณะเดียวกันเมื่อเวลาที่คนชรานั้นร่างกายคนก็จะเหี่ยวย่น กำลังเสื่อมถอยลงไป ดังนั้นสำหรับคนที่อายุมากแล้วก็ควรจะได้รับพลังด้านหยางให้มากตามอายุด้วย เนื่องจากเป็นพลังที่ทำให้สดชื่นและกระปรี้กระเปร่าขึ้นไม่ให้ห่อเหี่ยวตาม อายุที่มากขึ้น ซึ่งการใช้แสงนั้นเป็นตัวช่วยได้อย่างดี

     แสงนั้นมีอิทธิพลกับมนุษย์ทั้งในเรื่องความร้อนและความรู้สึกของคนนั้นเป็น อย่างมาก ดังนั้น การสร้างและออกแบบอาคารหรือบ้านนั้นให้มีแสงสว่างเพียงพอจึงเป็น ปัจจัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยแสงสว่างที่เราได้รับมากที่สุดในโลกก็คือแสง แดดหรือแสงสว่างจากดวงอาทิตย์นั้นเอง ทั้งนี้ โดยการจะออกแบบและสร้างบ้านหรืออาคารให้สอดคล้องกับแสงนั้นจึงควรมาทำความ เข้าใจเกี่ยวกับทิศทางของแสงแดดนั้นก่อน

     คนทั่วไปมักจะคิดว่าพระอาทิตย์นั้นขึ้นทางทิศตะวันออกตรงๆและตกที่ทิศตะวัน ตกตรงๆ และยังคิดว่าพระอาทิตย์นั้นขึ้นเป็นแนวเส้นตรงจากทิศตะวันออกไปยัง ติดตะวันตกเสมอ แท้จริงแล้วพระอาทิตย์ไม่ได้เดินทางเป็นเส้นตรงอย่างนั้นเสมอและจะมีไม่กี่ วันในรอบปีที่ดวงอาทิตย์นั้นขึ้นละตกลงในทิศตะวันออกและตะวันตกพอดี ส่วนใหญ่ดวงอาทิตย์จะขึ้นและตกเบี่ยงออกไปทางทิศเหนือและทิศใต้ด้วย สาเหตุที่พระอาทิตย์นั้นไม่ได้ขึ้นและลงตรงทิศตะวันออกและทิศตะวันตกพอดี นั้นเนื่องจากว่าโลกนั้นโคจรรอบดวงอาทิตย์โดยที่แกนโลกนั้นปกติจะเอียง 23.5 องศากับระนาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์

     สำหรับประเทศไทยนั้นจะเป็นประเทศ ที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร โดยในช่วงที่โลกโคจรเคลื่อนเอาขั้วโลกใต้เอียงเข้าห่างจากพระอาทิตย์หรือ ช่วงปลายฤดูฝน ฤดูหนาว และช่วงต้นฤดูร้อนนั้นจะทำให้ดวงอาทิตย์ขึ้นลงหรือเคลื่อนที่บนเบี่ยงไปทาง ทิศใต้เป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ช่วงที่โลกโคจรเคลื่อนเอาขั้วโลกเหนือเอียงเข้า หาดวงอาทิตย์นั้นจะเป็นช่วงฤดูร้อนไปจึงถึงช่วงต้นฤดูฝนจะทำให้ดวงอาทิตย์ ขึ้นลงหรือเคลื่อนที่บนฟ้าอยู่บริเวณตรงกลางจากทิศตะวันออกไปตะวันตกพอดี และทำให้เกิดแสงแดดอยู่ตรงหัวเราพอดีอีกด้วย ซึ่งดวงอาทิตย์นั้นจะไม่ได้เคลื่อนที่เบี่ยงไปทางทิศเหนือเหมือนกรณีช่วงที่ โลกเคลื่อนเอาขั้วโลกใต้เอียงเข้าหาพระอาทิตย์ ทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทยนั้นมีตำแหน่งอยู่เหนือเส้นศูนย์ขึ้นไปไม่มาก

     สาเหตุจากการที่โลกนั้นโคจรรอบดวงอาทิตย์โดยที่แกนโลกนั้นปกติจะเอียง 23.5 องศากับระนาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ทำ ให้เกิดการเคลื่อนที่ของเพราะอาทิตย์บนฟ้าตรงหัวช่วงฤดูร้อนไปจนต้นฤดูฝนและ เคลื่อนที่เบี่ยงไปทางทิศใต้ช่วงปลายฤดูฝน ฤดูหนาว และช่วงต้นฤดูร้อน จะทำให้แสงแดดมาที่มาจากทิศเหนือและทิศใต้แตกต่างกัน อย่างมากในแต่ละปี และแสงแดดนั้นยังมาจากทิศใต้มากกว่าทิศตะวันออกและตะวันตกช่วงปลายฤดูฝน ฤดูหนาว และช่วงต้นฤดูร้อนอีกด้วย

     ดังนั้นการที่สร้างบ้านให้หน้าบ้านไปทางทิศใต้ก็จะมีโอกาสรับแสงแดดตลอดวัน หากเทียบกับทิศอื่น โดยเฉพาะหากเทียบกับทิศเหนือที่แถบไม่ได้รับแสงแดดเลย ส่วนการสร้างบ้านหันไปทางทิศตะวันออกกับตะวันตกก็จะรับแดดประมาณครึ่งหนึ่ง ของเวลากลางวัน กรณีเป็นบ้านบริเวณห้องนั่งเล่นนั้นจะห้องที่มักอยู่ทิศหน้าบ้านซึ่งหากหัน ไปตามทิศทางแต่ละทิศก็จะได้รับแสงแดดไม่เท่ากัน ความหมายคือได้รับความร้อนและความรู้สึกที่จากแสงต่างๆนั้นเอง ดังนั้นจึงต้องคำนึงถึงหลักสถาปัตยกรรมในการรับแสงแต่ละทิศเพื่อให้ลดความ ร้อนจากแสงแดดที่นำมาสู่บ้านและอาคารควบคู่กับการใช้แสงสว่างให้เพียงพอให้ มีผลต่อความรู้สึกของคน

     ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางของแสงแดด

     โลกนั้นโคจรรอบดวงอาทิตย์โดยที่แกนโลกนั้นปกติจะเอียง 23.5 องศา กับระนาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ โดยแกนโลกจะชี้ไปทิศทางเดียวเสมอซึ่งแกนโลกด้านเหนือก็จะชี้ไปยังกลุ่มดาว เหนืออยู่ตลอดนั้นเอง โดย 23.5 องศานั้นเป็นมุมที่เกิดจากเส้นสุริยะวิถี (Ecliptic) หรือเส้นที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ตามตำแหน่งบนท้องฟ้าที่เราเห็นซึ่งทำมุมกับ เส้นศูนย์สูตรของท้องฟ้า (Celestial equator)

     การที่แกนโลกเอียงนั้นทำให้การโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์นั้นแกนโลกจะเอียง เข้าหาดวงอาทิตย์เป็นบางเวลาและเอียงออกจากดวงอาทิตย์เป็นบางเวลา และเนื่องจากการที่แกนโลกเอียงทำให้พื้นบนโลกในตำแหน่งเดียวกันแต่ละช่วง เวลาได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ต่างกันเมื่อได้รับความร้อนต่างกันอุณหภูมิ ก็จะแตกต่างกันในพื้นที่นั้นตามช่วงเวลาในแต่ละปีจึงเป็นสาเหตุให้เกิดทิศ ทางของลมและฤดูกาลต่างๆซึ่งในเราจะเห็นจากในช่วงฤดูร้อนในซีกโลกเหนือทางซีก โลกใต้จะเป็นฤดูหนาว ขณะที่ช่วงฤดูหนาวในซีกโลกเหนือจะเป็นฤดูร้อนในซีกโลกใต้

     ขณะที่ โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์และแกนโลกทางเหนือจะเข้าหาดวงอาทิตย์ ประเทศส่วนใหญ่ที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรนั้นจะได้รับแสงหรือความร้อนจากดวง อาทิตย์โดยตรงจึงทำให้เป็นช่วงฤดูร้อนและทำให้เวลากลางวันนั้นยาวกว่าเวลา กลางคืนโดยช่วงนี้พระอาทิตย์จะขึ้นและลงเบี่ยงไปทางทิศเหนือ โดยหากเรามองดูดวงอาทิตย์นั้นจะเดินทางจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกโดยจะอ้อม ไปทางทิศเหนือ

     ส่วนเมื่อโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์และแกนโลกทางเหนือหันออกห่างดวงอาทิตย์หรือ แกนโลกทางใต้หันเข้าหาดวงอาทิตย์นั้นประเทศที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรนั้นจะ ได้รับความแสงและความจากดวงอาทิตย์น้อยกว่าจึงทำให้เป็นฤดูหนาวและยังทำให้ ระยะเวลาของกลางวันสั้นลงและกลางคืนนั้นยาวขึ้น พระอาทิตย์จะขึ้นและลงเบี่ยงไปทางทิศใต้ โดยหากเรามองดูดวงอาทิตย์นั้นจะเดินทางจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกโดยจะอ้อม ไปทางทิศใต้

     อย่างไรก็ตามจะมีวันที่ดวงอาทิตย์นั้นขึ้นและลงตรงกับทิศตะวันออกและตะวันตกพอดีนั้นคือช่วงวันที่ 21- 22มีนาคม และ 21- 22 กันยายน หรือเรียกว่าวิษุวัต (Equinox) เนื่อง จากแกนโลกทิศเหนือกับทิศใต้อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เท่ากันพอดีนั้นเองทำให้ กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากันและทำให้ซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ได้รับความร้อน จากดวงอาทิตย์เท่ากันซึ่งเราเรียก วันที่ 21-22 มีนาคม เรียก ว่า วสันตวิษุวัต (Vernal equinox) โดยวันนี้จะเป็นวันเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิทางซีกโลกเหนือ และวันเริ่มต้นของฤดูใบไม้ร่วงทางซีกโลกใต้ ขณะที่วัน ที่ 21-22 กันยายน เรียกว่า ศารทวิษุวัต (Autumnal equinox) ถือว่าเป็นวัน เริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิทางซีกโลกใต้และวันเริ่มต้นของฤดูใบไม้ร่วงทางซีกโลก เหนือ

     โดยวันที่ 21-22 มิถุนายน นั้นจะเป็นที่แกนโลกทางทิศเหนือนั้นชี้เข้าหาด้วงอาทิตย์มากที่สุด ดังนั้นดวงอาทิตย์จะขึ้นลงหรือเคลื่อนตัวบนท้องฟ้าเบี่ยงไปทางทิศเหนือมาก ที่สุดหรือที่เรียกว่า อุตรายัน (summer solstice) ในทางตรงข้ามวันที่ 21-22 ธันวาคมนั้นจะเป็นที่แกนโลกทางทิศใต้นั้นชี้เข้าหาด้วงอาทิตย์มากที่สุด ดังนั้นดวงอาทิตย์จะขึ้นลงหรือเคลื่อนตัวบนท้องฟ้าเบี่ยงไปทางทิศใต้มากที่ สุดหรือที่เรียกว่า ทักษิณายัน (winter solstice) นั้นเอง

     ที่นี้เราลองมาดูตำแหน่งของประเทศไทยที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรไม่มากนั้นจะ เป็นอย่างไร เมื่อโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์และแกนโลกทางเหนือหันออกห่างดวง อาทิตย์หรือแกนโลกทางใต้หันเข้าหาดวงอาทิตย์นั้น พระอาทิตย์จะขึ้นและลงหรือเคลื่อนที่บนท้องฟ้าเบี่ยงไปทางทิศใต้ตามที่กล่าวมา

    แต่เมื่อโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์และแกนโลกทางใต้หันออกห่างดวงอาทิตย์หรือแกน โลกทางเหนือหันเข้าหาดวงอาทิตย์นั้น พระอาทิตย์จะขึ้นและลงหรือเคลื่อนที่เป็นแนวค่อนข้างเส้นตรงจากตะวันออกไป ตะวันตก ซึ่งพระอาทิตย์จะตรงหัวนั้นเองเนื่องจากประเทศไทยอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร เพียงเล็กน้อยเท่านั้น จะไม่เหมือนกรณีที่พระอาทิตย์เคลื่อนที่เบี่ยงทางทิศใต้อย่างชัดเจนมากจาก การโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์เมื่อแกนโลกทางใต้หันเข้าหาดวงอาทิตย์

     ดังนั้นเราจึงสรุปสำหรับประเทศไทยนั้นพระอาทิตย์เคลื่อนตัวเป็นแนวตะวันออก ไปตะวันตกในช่วงต้นหน้าร้อนไปถึงต้นหน้าฝนและเคลื่อนที่ขึ้นลงเบี่ยงไปทาง ทิศใต้ในช่วงปลายหน้าฝน หน้าหนาว ต้นหน้าร้อน จึงเป็นเหตุผลว่าแสงแดดนั้นจะมาจากทางทิศใต้มากกว่าทิศเหนือ และแสงจะมาจาก ทิศใต้ตลอดวันในช่วงที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ขึ้นลงเบี่ยงไปทางทิศใต้เสมอ

โดย อ.เกริกวิชญ์ กฤษฎาพงษ์
ข้อมูล Baannatura

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: