ความเชื่อเรื่องงานปีผีมด

ความเชื่อเรื่องงานปีผีมด เป็นการเซ่นสรวงต่อเทพที่มีประจำอยู่ในเขตหมู่บ้าน เพื่อขอความเป็นสิริมงคล และอัญเชิญท่านเข้าร่างทรง ช่วยปัดเป่าทุกข์โศกโรคภัยแก่ชาวบ้านที่มาชุมนุมในพิธี

     งานปีผีมด มีมานานแล้วแต่ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเกิดขึ้นในสมัยใด ผู้เฒ่าผู้แก่ท่านเล่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยพ่อแม่ปู่ย่าตายายของท่านก็มีอยู่แล้ว คงเป็นเวลาร้อยปีขึ้นไปแล้วเป็นมรดกตกทอดมาถึงปัจจุบัน เพราะเป็นความเชื่อของผู้ที่รับมรดกมา

     งานปีผีมด แบ่งเป็น 2 เวลา คือเวลาภาคเช้ากับเวลาภาคกลางคืน เวลาเช้าเริ่มตั้งแต่ 9.00-12.00 น. ในพิธีต้องมีศาลเพียงตาหนึ่งที่ มีอาหารคาวหวานเรียบร้อย อาหารคาวมีต้มยำปลากระเบน ไข่ต้ม 1 ฟอง ต้มจืด ขนมจีน น้ำยา แกงเผ็ด อาหารหวานมี ขนมเปียก กาละแม ข้าวเหนียวแดง ขนมกงเกวียน ขนมสามเกลอ (ชะมด) ข้าวตอกกวนน้ำตาลปั้นเป็นก้อน

     นายนิมนต์เป็นผู้จุดธูปเทียนบอกคุณพ่อเจ้าบ้าน (เทพที่มีประจำอยู่ในเขตหมู่บ้านนั้นและจะเข้าประทับทรงในพิธีกรรม) ที่ทำในเรื่องงานนี้จากนั้นก็จัดอาหารคาวหวานสำหรับเจ้าที่เข้าประทับทรง ทั่ว ๆ ไปอีก 6 องค์ ซึ่งมีอาหารคาวหวาน 12 สำรับ วางไว้ข้างหน้าที่ประทับทรง

     เจ้าของงานเป็นผู้จุดธูปเทียนทุกสำรับ เพื่อบอกเจ้าพ่อของเจ้าของงานและเจ้าพ่ออื่น ๆ ให้มาเสวยเพื่อเป็นความสุขของเจ้าของงานและปราศจากโรคภัยต่าง ๆ ต่อไปคนทรงเริ่มเชิญเจ้าเข้าประทับทรงเพื่อเสวยอาหาร ขณะที่เจ้าแต่ละองค์จะเข้าประทับทรง นายนิมนต์จะต้องขับกล่อมพร้อมกับตีโทนเชิญเจ้าเข้าทรง เจ้าจะร่ายรำก่อนที่จะเสวยอาหารทุกองค์ ซึ่งจะมีราว ๆ 7-12 องค์

     เจ้าที่เข้ามาประทับทรงในภาคเช้า

     1. เจ้าพ่อเจ้าของงาน ชื่อเจ้าโหรามและเจ้าโหรี ซึ่งเป็นเจ้าในเรื่องพิธีกรรมอันนี้ จะทำให้คนหายเจ็บหรือเจ็บป่วยก็ได้

     2. เจ้าพ่อเจ้าของบ้าน คือเจ้าพ่อที่มีอยู่ในตำบลนั้น

     3. เจ้าพ่อหลักเมือง หรือบางทีก็เรียกว่าเจ้าพ่อเสื้อเมืองทรงเมือง

     4. เจ้าพ่อยี่สุ่น

     5. เจ้าพ่อหงษ์ทอง (เป็นต้นบัญชีของเจ้าของงานทั้งกลางวัน กลางคืน) จะเป็นผู้สำรวจไว้ว่าบ้านใดทำมาแล้วกี่ครั้ง ยังเหลืออีกกี่ครั้งจึงจะครบ

     6. เจ้าพ่อหลวงเพชร

     7. เจ้าพ่อหลวงดง

     8. เจ้าพ่อหลวงพงษ์

     (เจ้าพ่อ 6 7 8 ทั้ง 3 องค์ เป็นเจ้าของงานมาทั้งกลางวันและกลางคืน)

     9. เจ้าพ่อเจ้าของร่างทรง

     เมื่อร่ายรำและเสวยเสร็จแล้ว จึงออกมารำตีคลี กับคนที่เคยครอบเอาไว้ให้แล้ว ถ้าคนอื่นจะมาตีต่อภายหลังก็ได้ (เวลากลางวันเจ้าจะเป็นใหญ่) เวลากลางคืน เริ่มตั้งแต่ 17.00 น. เรื่อยไปจนถึงเวลา 24.00 น. หรือมากกว่านั้น ซึ่งแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้

     เวลา 17.00 น. ใช้ศาลเพียงตาเดิม จัดอาหารใหม่ตามรายการเดิมเหมือนถาดเช้า และจัดอาหาร เสวยใหม่อีก 12 ชุด พร้อมทั้งโต๊ะอีก 3 โต๊ะ (เจ้าของบ้านต้องจุดธูปเทียนบอกใหม่เพราะเจ้าคนละองค์) พิธีการในตอนเย็นมีการร่ายรำแทงแหลน ซึ่งเป็นหน้าที่ของนายนิมนต์ หรือคนที่ครอบแล้ว (คนที่มีครูทำพิธีให้เป็นผู้ทำพิธีกรรมต่อไปได้ โดยไม่มีอันตรายใด ๆ หรือผิดครู) ถ้าคนอื่นจะรำต่อจากนายนิมนต์ก็ได้ พิธีการแทงแหลนมีอุปกรณ์ดังนี้ คือ

     1. มีแหลน 1 อัน
     2. มีรูปวัวปั้นด้วยแป้ง 1 ตัว ไว้สำหรับแทง
     3. มีเครื่องแกง และเครื่องต้มวัวอย่างละหม้อ
     4. มีขาหยั่งสำหรับย่างเนื้อ
     5. มีเตาสำหรับต้ม แกง
     6. มีเหล้า 1 ขวด
     7. มีบันได 3 ขั้น ทำด้วยก้านกล้วย หรือก้านมะละกอก็ได้
     8. กระด้ง 1 ใบ ใส่หินลับมีด 1 ทราย 1 น้ำ 1 ถ้วย เหล้า 1 ถ้วย ข้าว 1 ถ้วย กระจ่า 2 อัน

     ในขณะทำพิธีแทงแหลนจะต้องมีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นแม่ประสพเมือง ซึ่งอยู่ในคณะของนายนิมนต์ แต่งตัวนุ่งผ้าจีบยกหน้านาง เอาชายสไบพาดบ่าข้างละชาย แม่ประสพเมืองเป็นผู้บอกผีเรือนให้ลงมาเพื่อจะทำงาน แม่ประสพเมืองถือถาดใบหนึ่ง ในถาดมีหย่อง มีดโกน กรรไกร หวี นำเข้าไปในปะรำพิธีที่จะแทงแหลน

     ต่อไปนายนิมนต์ก็เริ่มพิธีรำแทงแหลน แม่-ประสพเมืองยืนถือถาดอยู่อย่างเดิม จนเสร็จพิธี ต่อจากนั้นก็ต้ม แกงจนสุกแล้วนำไปเก็บเอาไว้ และเอากระบุงครอบหม้อแกง พอแทงแหลนเสร็จแม่ประสพเมืองก็เอาเท้าจุ่มน้ำในถ้วยแล้วเช็ดเท้าที่หิน จากนั้นก็ก้าวขึ้นบันไดที่ทำไว้ แต่ก่อนจะก้าวขึ้นไปนายนิมนต์จะเอากระจ่าทั้งสองไปเสยข้าง ๆ แม่ประสพเมืองสลับกันข้างละ ๓ ครั้ง เป็นอันเสร็จพิธีตอนเย็น แล้วเชิญผู้มาร่วมงานรับประทานอาหาร เวลาประมาณ 20.00 น. (2 ทุ่ม) รายการที่เริ่มในเวลานี้เป็นกรรมวิธีที่แปลกออกไปอีกดังนี้

     ปลูกโรงพิธี จัดเป็น 2 ห้อง มีห้องนอกและห้องใน ถ้าเครื่องบนไม้ไผ่ให้สังเกตจากโคนไม้อยู่ด้านใดด้านนั้นเป็นห้องใน จะสังเกตจากหลังคาโรงพิธีไม่ได้ให้ดูลักษณะของบ้านซึ่งห้องในจะอยู่ด้าน เดียวกับห้องของเจ้าบ้านของงาน เพราะปลูกคู่ขนานกัน อาหารจะจัดเตรียมไว้อย่างเดิม จัดพานครูซึ่งมีดอกไม้ ธูปเทียน และเงินค่ายกครู 6 บาท สำหรับนายนิมนต์และคนทรงเพื่อไหว้ครูเสียก่อนจะเริ่มรายการ การไหว้ครูของนายนิมนต์จะต้องทำดังนี้

     คือ จัดเรียงโทน ฉาบ ฉิ่ง กรับ ไปทางกับข้าว การไหว้ครูจะต้องเริ่มด้วย นะโม ๓ จบ แล้วชุมนุมเทวดา บอกครูบา-อาจารย์ของตนเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยดีราบรื่นปราศจาก อุปสรรค ฝ่ายคนทรงเมื่อบอกครูเสร็จแล้วก็หันมากราบโทน เพื่อไหว้ครูของนายนิมนต์แล้วเข้านั่งประจำที่ นายนิมนต์จะทำเพลงเชิญเจ้าประจำตัวของคนทรงเข้าประทับทรง จบพิธีกรรมที่เกี่ยวกับเจ้าประทับทรง ในการขับเพลงจะเริ่มด้วย

     1. เชิญเจ้าเข้าประทับทรง
     2. เพลงร่ายรำ
     3. เพลงเสวย
     4. เพลงส่งกลับ
     ในขณะที่ขับกล่อมจะมีจังหวะโทน ฉาบ ฉิ่ง กรับ ตีประกอบไปด้วย เครื่องเล่นสำหรับเจ้าทุกองค์

     1. ช้าง 1 เชือก ทำด้วยไม้ทองหลางหรือไม้สบู่
     2. ดาบ 2 เล่ม ทำด้วยไม้ทองหลางหรือไม้สบู่
     3. เขน 2 อัน ทำด้วยไม้ทองหลางหรือไม้สบู่
     4. กระพั้น 1 อัน
     5. ถ้ำ 1 ที่
     6. เรือ 1 ลำ
     7. ตะกลบ 1 อัน
     8. หิ้ง 1 ที่
     9. ไก่ ทำด้วยผ้า 1 ตัว แดงตัวหนึ่งขาวตัวหนึ่ง
     10. เครื่องเล่นเป็นของจริง คือ แหวน 1 วง ไก่ 1 ตัว กำไล 1 วง เจ้าที่เล่นเข้าของดังกล่าว ได้แก่ เจ้าประจำของผู้ประทับทรงเท่านั้น

ข้อมูล
Prapayneethai

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: