ความเชื่อเรื่อง“พิธีปูที่นอน”



พิธีปูที่นอน” ผู้ที่ทำพิธียังต้องเตรียมข้าวของสำหรับเข้าพิธีอย่าง ฟักเขียวลูกหนึ่ง หม้อใหม่ใส่น้ำหนึ่งและถั่วงา รวมอยู่กับทุนสินสอดวางไว้ บนพานหนึ่ง นำไปวางไว้ข้างที่นอน เป็นเครื่องหมายสำหรับ การอำนวยพร ว่าให้คู่บ่าวมีใจเย็นเหมือนน้ำกับฟัก มีน้ำใจหนักแน่นดั่งหม้อที่ใส่น้ำจนเต็ม มีแต่ความเจริญวัฒนาเหมือนถั่วงา

     แล้วผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ก็จัดแจงวางหมอนหนุนศีรษะครั้นแล้วผู้ใหญ่คู่ที่ได้รับเชิญ มาจัดทำพิธีนี้ ก็ลงนอนก่อนเป็นปฐมฤกษ์ ให้หญิงนอนซ้าย ผู้ชายนอนขวาในขณะเดียวกัน ผู้ใหญ่ทั้งสองท่านก็ต้องพูดคุยกันด้วยคำอันเป็นศิริมงคล ประมาณว่าอวยพร ให้คู่บ่าว-สาวอยู่กันอย่างมีความสุข จากนั้นเป็นอันเสร็จ

     พิธีปูที่นอน เรียงหมอน จดสำคัญคือผู้ที่ได้รับเลือกมาทำพิธี ต้องเป็นคู่ ที่เป็นตัวอย่างที่ดี เป็นคู่ที่มีศิริมงคล เป็นแบบอย่างที่ดีแก่คู่บ่าวสาว ซึ่งใน พิธีปูที่นอนนี้ ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาว จะจัดเตรียมผ้าปูที่นอน หมอน มุ้ง เครื่องนอน โดยปูไว้เรียบร้อยแล้ว มิได้หมายความว่า คู่ผัว-เมีย ที่มาทำ พิธีจะต้องปูที่นอน หรือจัดที่นอนให้คู่บ่าวสาวได้นอน โดยไม่ต้องทำอะไร

     แต่เป็นเพียงแค่ให้คู่ผัว - เมีย ที่ได้เลือกมาทำพิธีมาช่วยจัดให้เข้าที่เข้าทาง ทำเหมือนตระเตรียมที่นอนให้เหมาะสม เป็นเพียงพิธีการ เท่านั้น

     ตามโบราณได้กล่าวไว้ว่า คู่บ่าวสาวใดเนรคุณท่านทั้งสองนี้ จะมีอันเป็นไปครอบครัวไม่เป็นสุขจึงเป็นเรื่องน่าคิดว่า เมื่อทำพิธีแต่งงาน ควรจะหาผู้ที่เคารพนับถือที่ใกล้ชิดสนิทสนมมาปูที่นอนให้ดีหรือไม่ เพราะหากมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก ย่อมมีเหตุให้ผิดใจกันง่าย

     ดังนั้นอาจจะเลือกเป็นบุคคล ที่ผู้คนนับหน้าถือตาในวงกว้าง รู้จักกับพ่อแม่ของเจ้าบ่าว-เจ้าสาว และตัวเจ้าบ่าว-เจ้าสาวในระดับหนึ่ง ไม่ต้องถึงกับสนิทสนมมากนัก มาทำพิธีนี้ให้ก็ได้ แต่ต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด การเนรคุณต่อผู้ที่ปูที่นอนให้เจ้าบ่าว- เจ้าสาว จะทำให้เจ้าบ่าว-เจ้าสาวมีอันเป็นไปหรือไม่นั้นจะจริงเท็จประการใด ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล

     แต่ความจริงอยู่ที่ว่า ผู้ที่ได้รับเลือกให้มาเป็นผู้ปูที่นอนให้นั้น ย่อมถือว่าผู้นั้นเป็นบุคคลที่ควรค่าแก่การยกย่อง ควรเคารพนับถือของเจ้าบ่าว-เจ้าสาว และพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย หากเจ้าบ่าวเจ้าสาวกระทำการเนรคุณ แสดงให้เห็นว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นคนอกตัญญูมีพฤติกรรมที่ไม่ดีงาม ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง คู่บ่าวสาวประเภทนี้ย่อมไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต เนื่องจากพฤติกรรมของเอง สังคมจะติฉินนินทา เหตุเพราะ ผู้ที่จะทำเช่นนั้นได้ สังคมถือว่าเป็นพวกจิตใจไม่งาม ลืมความดีของผู้มีพระคุณที่ตนเองและวงศ์ตระกูลยกย่อง

     เมื่อประพฤติเนรคุณเช่นนี้ แล้วจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างไรก็คิดเอาก็แล้วกัน ตรงนี้คุณพ่อคุณแม่ของเจ้าบ่าว-เจ้าสาว ต้องระมัดระวังกันสุดๆ ไม่ให้เกิด กรณีนี้ เพราะความจริงคือพ่อแม่นั่นแหละ จะเป็นผู้เชิญ ถ้าเพิกเฉยปล่อยให้มีเหตุการณ์เนรคุณเกิดขึ้น อาจถูกเหมารวมว่าเป็นคนไม่ดี เป็นผู้เนรคุณคนไปด้วย เพราะสั่งสอนลูกไม่ดี

     ปัจจุบันการแต่งงานมักไม่สร้างเรือนหอ เจ้าบ่าวเลยไม่ต้องนอนเฝ้าหอ ให้ต้องว้าเหว่ใจ แต่งงานแล้วส่งตัวกันกลางคืนนั้นทีเดียว รวบรัดสั้นเข้ามาก็ดีเหมือนกัน พิธีมงคลอย่างพิธีปูที่นอนก็เป็นอันเสร็จเพียงเท่านี้

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก :: นิตยสาร Wedding

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: