ฮวงจุ้ยกับการตัดต้นไม้ใหญ่ที่ควรระวัง


โดยปกติการไปซื้อที่ดินว่างเปล่าเพื่อทำการสร้างบ้านนั้น ส่วนใหญ่มักจะเป็นที่รกร้าง มีต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นรกเต็มไปหมด การจะสร้างบ้านลงไปในที่ดินก็จำเป็นจะต้องมีการ ปรับพื้นที่ดิน สิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากก็คือ " การตัดต้นไม้ "

     หลายคนอาจมองว่าการตัดต้นไม้ทิ้งเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก ไม่เห็นจะมีอะไรเลย ใครๆเค้าก็ทำกันทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นจะสร้างบ้านได้อย่างไร ถูกครับ ถ้าเป็นต้นไม้ขนาดเล็ก แต่ที่ผมจะพูดถึงนี้ เป็นต้นไม้ใหญ่ครับ เป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 10 ปีขึ้นไป

     คนโบราณจะเตือนกันอยู่เสมอๆว่า อย่าตัดต้นไม้ใหญ่ทิ้ง ถ้าจำเป็นจะต้องตัดจริงๆ จะต้องมีการทำพิธีขอขมาขออนุญาตเสียก่อน เพราะถือว่า ต้นไม้ใหญ่จะมีเทพารักษ์สิงสถิตอยู่ ไม่ใช่นึกจะตัดก็ตัดได้เลย

     ฟังแบบนี้ บางคนอาจจะนึกในใจว่า ผมเอาเรื่องผีหลอกเด็กมาเล่าให้ฟัง นี่มันยุค 2002 แล้วน่ะ ผีสางมีที่ไหนกัน ถ้าคิดแบบนั้นก็ไม่เป็นไรครับ คิดว่า ผมเอานิทานมาเล่าให้ฟังสนุกๆก็ได้ครับ เพราะสิ่งที่ผมจะพูดนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตวิญญาณล้วนๆไม่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์หรอกครับ

     เหตุผลที่ผมอยากนำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง ก็เพราะ ผลของการตัดต้นไม้ใหญ่ มีให้เห็นมากมาย แต่หาคำอธิบายไม่ได้ ผมจะยกตัวอย่างที่หลายๆคนคงจะนึกภาพออกกรณีต้นโพธิ์ที่เกาะ กลางบนถนนรัชดาภิเษก ช่วงแยกรัชโยธินไปออกถนนวิภาวดีฯตอนสร้างถนนเส้นนี้ใหม่ๆ ต้นโพธิ์ต้นนี้จะต้องถูกตัดทิ้งเพราะเป็นต้นโพธิ์ที่ใหญ่มากกีดขวางเส้นทางเดินรถพอดีปรากฎว่าจน แล้วจนรอด ก็ไม่มีใครสามารถตัดต้นโพธิ์นี้ได้ เพราะมีอันเป็นไปเสียก่อนทุกรายไป (ถึงตายเลยครับ)

     ผลสุดท้าย เจ้าของโครงการจำเป็นต้องเลี่ยงเส้นทางหลบต้นโพธิ์โดยให้ต้นโพธิ์ อยู่บนเกาะกลางแทน หลังจากนั้นก็มีเรื่องเล่าขานกันว่า ถนนเส้นนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก จนได้ชื่อว่าโค้งร้อยศพ ใครๆก็บอกว่าเป็นผลมาจากต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ต้นนี้ นี่เอง

     เพราะฉะนั้น การตัดต้นไม้ใหญ่เพื่อที่จะสร้างบ้านก็เหมือนกัน ก็น่าจะมีผลกระทบอยู่บ้าง จากประสบการณ์ที่ผมได้เจอะเจอมา ก็มีผลกระทบบ้าง ไม่มีผลกระทบบ้าง กรณีที่มีผลกระทบ มักจะเป็นเรื่องของผู้ที่ไปตัดต้นไม้เอง เช่น เกิดอาการเจ็บป่วยเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ก็กระทบเรื่องการ ก่อสร้างบ้าน ให้เกิดความล่าช้า มีปัญหาอุปสรรคมากมาย

     ตามหลักฮวงจุ้ย ได้กล่าวถึงต้นไม้ใหญ่เอาไว้ว่า ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตและมีวิญญาณสิงอยู่ การตัดลำต้นหรือกิ่งก้านของต้นไม้ แล้วมียางไหลออกมา นั่นคือ เลือดของต้นไม้ การจะตัดต้นไม้ แต่ละครั้งจึงควรจะขออนุญาตจากต้นไม้เสียก่อน กรณีการตัดเฉพาะกิ่งก้านของต้นไม้ ไม่ใช่ตัดทิ้ง ทั้งต้น ให้ใช้วิธีเอามือไปแตะกับลำต้น แล้วนึกมโนภาพว่า เรากำลังตัดกิ่งไม้ในตำแหน่งที่เราคิดไว้ ถ้ามีความรู้สึกไม่ดีเกิดขึ้นที่มือ ก็พยายามตัดบริเวณนั้นอย่างระมัดระวังที่สุด ข้อสังเกตเมื่อตัดแล้วยางไม้จะไม่ไหลออกมา

     ส่วนกรณีตัดต้นไม้ทั้งต้น ก็ใช้วิธีเดียวกัน แต่บอกกล่าวกับต้นไม้นั้นว่า ให้ไปหาที่อยู่อาศัยใหม่ บางทีอาจจะปลูกต้นไม้ขึ้นมาใหม่เพื่อทดแทน หรือตั้งศาลเจ้าที่ให้ ข้อสังเกตจะต้องขุดรากถอน โคนให้หมด อย่าเหลือตอไม้เอาไว้เด็ดขาดเพราะการสร้างบ้านคร่อมต้อไม้ถือว่า อัปมงคลยิ่ง นั่นเป็นคำกล่าวเตือนเอาไว้ในตำราฮวงจุ้ยนอกจากนี้ในตำราฮวงจุ้ยยังให้ข้อสังเกตเอาไว้อีกว่า เวลาไปซื้อที่ดินว่างเปล่า แล้วเกิดมีต้นไม้ใหญ่อยู่ในที่ดินนั้นให้ดูว่า ต้นไม้นั้นมีลักษณะร้ายหรือไม่ ลักษณะร้ายที่ว่าให้ดูดังนี้ครับ

     ต้นไม้รูปตัววาย หรือง่ามหนังสะติก บ่งบอกถึงความแตกแยก ทะเลาะเบาะแวง ของคนในครอบครัว
     ต้นไม้ที่มีเถาวัลย์พันรอบต้น จะให้ความหมายเรื่องคดีความ ข้อผูกมัดหรือปัญหาที่แก้ไม่ตก
     ต้นไม้ตายซาก จะส่งผลให้สูญเสียเรื่องเงินทอง และเกียรติยศชื่อเสียง รวมไปถึงเรื่องเจ็บป่วยหรือเป็นโรคร้าย
     ต้นไม้เอนออกนอกบ้าน แสดงว่า บ้านนั้นมีพลังด้านลบแฝงอยู่
     ถ้ามีต้นไม้ใหญ่ในลักษณะดังกล่าว ให้ตัดทิ้งเสียก่อนการสร้างบ้านห้ามเอาไว้ เพราะจะส่งผลร้ายให้กับคนในบ้านได้

     สรุปก็คือ ถ้าเลือกที่จะไม่ตัดต้นไม้ใหญ่ได้ ถือว่าดีที่สุด ถ้าต้นไม้ไม่มีลักษณะร้าย

     อย่างที่กล่าวมา แต่ถ้าจำเป็นจะต้องตัดต้นไม้จริงๆ ก็ควรจะทำพิธีบอกกล่าวขออนุญาตก่อน ถึงจะไม่เชื่อเรื่องผีสาง ผมว่าทำไว้ก่อนก็ไม่น่าเสียหายอะไร แต่ส่วนใหญ่พวกที่ทำงานก่อสร้าง มักจะรู้เรื่องเหล่านี้ดี จะจุดธูปขอขมาก่อนตัดทุกครั้งอยู่แล้ว

     ผมขอแถมสักนิดเกี่ยวกับการสร้างบ้านลงไปในที่ดินเปล่านอกจากจะพิจารณาเรื่องของต้นไม้ใหญ่ แล้ว กรณีจอมปลวกที่ขึ้นในที่ดินก็จะเข้าข่ายเดียวกันครับ แล้วรู้สึกว่าผลกระทบ (ถ้ามี) จะ รุนแรงกว่าด้วย การจะทำอะไรกับจอมปลวกนั้น จะต้องทำอย่างระมัดระวังที่สุด ยิ่งจอมปลวกมีขนาดใหญ่มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีผลกระทบมากเท่านั้น

     เรื่องแบบนี้ ผมไม่สามารถหาเหตุผลที่เป็นรูปธรรมมาอธิบายได้ แต่คงต้องใช้วิชาสถิติในการเก็บข้อมูล หรือความน่าจะเป็นมาใช้ในการวิเคราะห์ ซึ่งผลที่ได้รับก็น่ารับฟังเอาไว้บ้าง ก็คงต้องทิ้งท้ายเอาไว้ที่คำว่า "ไม่เชื่อ แต่อย่าลบหลู่" ครับ..





ข้อมูลโดย :
Homedd

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: