ฮวงจุ้ยห้องคนรับใช้ ..อยู่หน้าบ้านหรือหลังบ้านดี..?


"ประธานอยู่หลัง บริวารอยู่หน้า" นี่เป็นคำกล่าวตามหลักเกณฑ์ทั่วไปในทางฮวงจุ้ย "งั้น ห้องคนรับใช้ควรจะอยู่หน้าบ้านล่ะสิ? หลายคนอาจคิดอย่างนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว แบบบ้านส่วนใหญ่มักจะเลือกวางตำแหน่งห้องคนรับใช้เอาไว้หลังบ้านอยู่ติด กับห้องครัว ซึ่งดูจะค้านแย้งกับกฎเกณฑ์ในทางฮวงจุ้ยอย่างมาก

     ก่อนอื่น ลองมาดูเหตุผลของกฎเกณฑ์เรื่องนี้กันหน่อย การที่บริวารต้องอยู่หน้า ก็เพราะคนที่เป็นหัวหน้าหรือประธาน จะได้มองเห็นการทำงานของลูกน้องได้ นั่นเอง ถ้า ให้เจ้านายมาอยู่หน้า ลูกน้องอยู่หลัง ลูกน้องก็อาจจะอู้งานได้ โดยที่เจ้านายก็มองไม่เห็น การปกครองก็จะทำได้ยากนั่นเป็นเหตุผลที่น่าฟังทีเดียวและเหมาะที่จะใช้กับ ที่ทำงานอย่างยิ่ง แต่ถ้าเป็นที่บ้านล่ะ ต้องใช้กฎเกณฑ์นี้ด้วยหรือไม่ หลายคนคงตั้งคำถามขึ้นในใจ ความจริงแล้วถ้าสามารถทำได้ก็ดี เพราะการนำห้องคนรับใช้มาไว้ส่วน หน้าของบ้าน ก็จะได้ประโยชน์ในเรื่องการดูแลคนเข้า-ออก แขกใครไปมาก็สามารถมองเห็น ไม่ต้องตระโกนเรียกให้ไปเปิดประตูกันลั่นบ้านแต่แบบบ้านส่วนใหญ่ที่มักทำ ห้องคนรับใช้เอาไว้

     ด้านหลัง ก็เพราะ พื้นที่ด้านหน้ามักจะไม่พอที่จะทำห้องคนรับใช้มากกว่าส่วนใหญ่จะทำเป็นห้องรับแขก ห้องพักผ่อนก็เต็มพื้นที่ส่วนหน้าแล้ว อีกอย่างหนึ่งการเอาห้องคน รับใช้ไว้ด้านหลัง ซึ่งส่วนใหญ่จะติดกับห้องครัว ก็จะได้ประโยชน์ในเรื่องของการเรียกใช้เวลาทำอาหาร การเสิร์ชอาหาร การทำความสะอาดในห้องครัว ที่เป็นงานหลัก ของคนรับใช้ ก็สามารถทำได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ ยังสามารถเฝ้าขโมยในตอนกลางคืนได้อีกด้วย เพราะขโมยมักจะย่องเข้าทางหลังบ้านมากกว่าหน้าบ้าน การมีคน อยู่หลังบ้าน ก็จะทำให้ขโมยทำงานยากขึ้น หรือไม่กล้าเสี่ยงที่จะเข้ามาขโมยเห็นมั้ยครับ มีเหตุผลดีด้วยกันทั้งคู่ ไม่ว่าจะวางห้องคนรับใช้ไว้หน้าบ้านหรือหลังบ้าน

     "แล้วควรจะเลือกแบบไหนดีล่ะ"ถ้าถามผม ผมก็คงต้องบอกว่า จากประสบการณ์ของผมที่ไปดูบ้านมามาก คงต้องให้คำแนะนำอย่างนี้ครับ ถ้าเป็นบ้านหลังเล็กประเภท 50 - 100 ตร.วา โอกาสที่จะสร้างห้องคนรับใช้ไว้หน้าบ้าน แทบจะทำไม่ได้เลย ถึงจะทำก็ดูไม่เหมาะสม ทำลายความสวยงามของหน้าบ้านไปได้ แต่ถ้าเป็นบ้านหลังใหญ่ มี พื้นที่กว้างมาก การจะวางตำแหน่งห้องคนรับใช้ไว้ส่วนหน้าของบ้านก็สามารถทำได้ บางบ้านที่มีพื้นที่กว้างมากๆ อาจทำเป็นป้อมยามบริเวณประตูทางเข้า แล้วทำห้องพัก เอาไว้ตรงนั้นได้เลย โดยปกติถ้าสามารถแยกห้องคนรับใช้ออกจากตัวบ้านได้ ก็จะถือว่าดีมาก เพราะจะได้ไม่มาปะปนกับคนในบ้าน เวลาเจ้าของบ้านไม่อยู่บ้าน ก็ สามารถปิดบ้านเอาไว้ได้

     สรุปก็คือ ถ้าเป็นบ้านหลังเล็ก ตำแหน่งห้องคนรับใช้ก็ต้องอยู่ด้านหลัง หลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนบ้านหลังใหญ่อาจทำไว้ด้านหน้าได้ เช่น ติดกับโรงรถ หรือบริเวณประตูทาง เข้าออกบ้าน หลักเกณฑ์ในเรื่องนี้ ผมไม่อยากให้ยึดเป็นหลักตายตัวว่า ห้องคนรับใช้จะต้องอยู่ด้านหน้าของบ้านเสมอ อยู่ด้านหลังไม่ได้ ผมว่า น่าจะมองกันที่ประโยชน์ ใช้สอยมากกว่า

     การที่บอกว่าถ้าเอาห้องคนรับใช้ไปอยู่หลังบ้าน จะทำให้คนรับใช้ไม่เชื่อฟัง แข็งข้อกับเจ้าของบ้านนั้น จากการเก็บข้อมูลของผมเอง คงต้องบอกว่า ไม่น่าจะเกี่ยวนะครับ ปัญหาที่คนรับใช้ไม่เชื่อฟัง น่าจะมาจากตัวลูกจ้างเองที่เป็นคนดื้อรั้น หรือไม่ก็ตัวเจ้าของบ้านเองนั่นแหละ ที่ทำตัวเป็นเจ้านายที่ไม่ดี ลูกน้องก็เลยไม่เคารพ ถ้าสามารถ เลือกที่จะออกแบบบ้านให้ห้องคนรับใช้อยู่ในตำแหน่งที่สามารถ

     มองเห็นทั้งด้านหน้าและด้านหลังบ้าน ก็จะเป็นการดีที่สุด เช่น วางตำแหน่งห้องไว้ด้านหลังบ้าน แต่ตำแหน่งห้องสามารถมองเห็นประตูหน้าบ้านได้ด้วย อย่างนี้ถือว่าได้ ประโยชน์มากที่สุด

     การเลือกตำแหน่งห้องคนรับใช้ สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงก็คือ จะต้องอยู่ในตำแหน่งที่คนอยู่ได้ด้วย ที่ต้องพูดแบบนี้ก็เพราะ หลายคนมักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับห้องนี้มาก นัก เหลือที่ตรงไหนก็ยกให้เป็นห้องคนรับใช้หมด และส่วนใหญ่ก็มักจะทำห้องเล็กแคบ ไม่ต่างไปจากห้องเก็บของเลย อย่าลืมว่า คนรับใช้ไม่ใช่สิ่งของ ที่จะเอาไปวางไว้ ตรงไหนก็ได้ สภาพแวดล้อมรอบๆ มีผลต่อจิตใจคน ห้องจะต้องอยู่แล้วสบายพอสมควร เช่น ขนาดห้องต้องเหมาะสมกับจำนวนคน

     ถ้ามี 2-3 คนห้องก็ควรจะกว้างหน่อย ไม่ใช่นอนอัดกันเป็นปลากระป๋อง ห้องต้องมีอากาศถ่ายเทที่ดี ไม่ต้องถึงกับติดแอร์ให้หรอกครับ ขอให้มีช่องแสงช่องลมที่เหมาะสม ไม่ใช่เป็นกำแพงทึบ 4 ด้าน อย่างบ้านผมจะต้องทำห้องน้ำเอาไว้ในห้องด้วย มีทีวีให้ดู ไม่มีมีปัญหาเรื่องคนออกเลย ลองเอาความรู้สึกของเราไปเทียบดูก็ได้ว่า ถ้าเป็น ตัวเราอยู่ห้องแบบนี้ จะอยู่ได้ไหม คนเราถ้าอยู่ที่ไหนแล้วไม่สบาย ก็คงจะอยู่ได้ไม่นาน ปัญหาเรื่องคนรับใช้ลาออก เกิดขึ้นบ่อยๆ ก็มีส่วนมาจากเรื่องนี้ด้วย อย่ามองข้าม เสียล่ะครับ?


ข้อมูลโดย : Homedd

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: