ปี่เซียะ ยอดเครื่องรางนำโชค


ปี่เซียะ หรือ กวางสวรรค์ คำว่า “ปี่” แปลว่า การขจัด การกำราบ ปิด กลม สกัดกั้น “เซียะ” แปลว่า คุณไสยอาถรรพณ์ต่างๆ รวมความหมาย ปี่เซียะ จึงแปลว่า การขจัดหรือป้องกันสิ่งอาถรรถณ์ชั่วร้าย

     ในภาษาจีนกลาง ออกเสียงว่า ปี่เซียะ
     ในสำเนียงแต้จิ๋ว ออกเสียงว่า ผีซิ่ว
     ในสำเนียงกวางตุ้ง ออกเสียงว่า เผ่เย้า

     ทั้งสามคำนี้เป็นคำๆ เดียวกัน แต่ออกเสียงต่างกันไปตามลักษณะท้องถิ่นของจีน ในที่นี้ขอเรียกว่า ปี่เซียะ เนื่องจากเป็นภาษากลางและอ่านออกเสียงได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีชื่ออื่นๆ แต่ไม่เป็นที่นิยมนักคือ “เถาปก” และ “ผูปก”สมญานามที่เรียกขานปี่เซียะ มีหลายหลายดังนี้

     จีนแผ่นดินใหญ่เรียกว่า “ตัวดูดเงิน”
     ฮ่องกงเรียกว่า “ตัวรับโชค”
     ไต้หวันเรียกว่า “ตัวเฮงเฮง”

     ปี่เซียะ ถือเป็นยอดเครื่องรางแห่งโชคลาภที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้พญามังกรหรือกิเลน และมีพลังแรงกว่าสิงโตคู่ ถือเป็นสัตว์กึ่งเทพที่ศักดิ์สิทธิ์ของจีน ได้รับความนิยมในเมืองไทยและในประเทศแถบเอเชียมากที่สุดในยุคปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นสาธารณะรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน เกาะฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเซีย เพราะใครที่มีไว้บูชาจะทำให้มีแต่โชคลาภ เมื่อไม่มีรูทวารจึงกินอย่าเดียว ไม่มีถ่ายออก เป็นเคล็ดลับวิชา หมายถึง เงินเข้าแล้วไม่มีออก ทรัพย์จึงเพิ่มพูนสถานเดียว

     ขณะเดียวกันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยขจัดอาถรรพณ์ ภูตผีปิศาจ และป้องกันสิ่งชั่วร้ายนานาประการ โดยตั้งปี่เซียะไว้ในตำแหน่งที่เสื่อมพลังตามหลักฮวงจุ้ย เช่น ตำแหน่งสูญสิ้น โทษภัย หรืออสูร เพื่อช่วยขจัดปัดเป่าปัญหาในตำแหน่งอัปมงคลของสถานที่นั้นให้ดีขึ้น หรืออย่างน้อยก็บรรเทาโทษลง

     บางตำราว่า ปี่เซียะ คือสัตว์สัญลักษณ์ ๑ ใน ๓ เทพ ฮก-ลก-ซิ้ว ของจีน ซึ่งแต่ละองค์จะมีสัตว์สัญลักษณ์ดังนี้

     ๑. เทียนฮก ประทานอำนาจราชศักดิ์ มีสัตว์สัญลักษณ์คือ สิงโต
     ๒. เทียนลก ประทานความร่ำรวย มีสัตว์สัญลักษณ์คือ กวางสวรรค์ (ปี่เซียะ)
     ๓. เทียนซิ่ว ประทานพรให้มีอายุยืน มีสัตว์สัญลักษณ์คือ เต่ามังกร

     ปี่เซียะเริ่มมีปรากฏที่ เมืองเฉินตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน จากนั้นก็แพร่หลายเรื่อยมาสังเกตได้บนหลังคาพระราชวังของจักรรดิจีน, ที่หน้าวัดเสร้าหลิน, ธนาคารในกรุงปักกิ่ง, บนหลังคาสถาปัตยกรรมที่สำคัญๆ ของจีน หรือหน้าบ่อนกาสิในมาเก๊า และฮ่องกง ปี่เซียะนับถือกันว่าเป็นสัตว์ในเทพนิยายชั้นสูง มีมาตั้งแต่สมัยโบราณนานกว่า ๕,๐๐๐ ปีแล้ว

     ในจดหมายเหตุฮั่นซู มีหลักฐานการขุดพบปี่เซียะที่สร้างขึ้นจากวัสดุธรรมชาติ เช่น หยก หินอ่อน โลหะ ทองสัมฤทธิ์ จำนวนมากตามสุสานสำคัญในประเทศจีน ชาวจีนโบราณนิยมประดับภาพเขียน หรือประติมากรรมปี่เซียะตามประตูวัง คฤหาสน์ และสุสาน บางครั้งประดับบนหลังคาพระราชวังบางแห่ง เพื่อช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้ายและสิ่งอัปมงคลทั้งหลาย

     แต่ในตอนแรกไม่มีผู้ใดรู้จักมากนัก เพิ่งมาเผยแพร่ในเมืองไทยไม่กี่ปีนี้เอง เพราะช่วยนั้นยังไม่ถึงยุค แต่บัดนี้ถึงยุค ๘ แล้ว ดังนั้นคนจีนเชื่อว่าสัตว์เทพมงคลปี่เซียะแห่งยุค ๘ จะนำโชคลาภมาให้ สามารถบันดาลให้กิจการค้าขายรุ่งเรือง จึงเสาะแสวงหาตัว “ปี่เซียะ” มาไว้บูชา

     ปี่เซียะนั้นให้คุณกับผู้ศรัทธาเชื่อถือ โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง บูชาได้ทุกอาชีพถ้วนหน้า และได้ปี่เซียะมาแล้ว หากเป็นไปได้ควรนำเข้าพิธีปลุกเสก, พิธีเทวาประสิทธิ์ หรืออธิษฐานจิต อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยผู้ทรงคุณทางจิตที่เรานับถือไม่ว่าจะเป็นพระหรือฆราวาสได้ทั้งนั้น

     หรือถ้าไม่มีโอกาสทำจริงๆ ก็ให้ใช้ปี่เซียะที่ผลิตจากเบญจธาตุตามหลักฮวงจุ้ยก็พออนุโลมได้ แต่จะส่งพลังได้ไม่เต็มที่เหมือนปี่เซียะที่ประจุพลังมนต์มาแล้ว

     ผู้คนเพิ่งจะมารู้จักปี่เซียะก็ตอนที่บ่อนมาเก๊าบ่อนกาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในโลก เกิดแจ็คพ็อตแตกโดยเฉลี่ยถึง ๓ ครั้งใน ๑ เดือน ทำให้บ่อนขาดทุนเป็นเงินมหาศาล เจ้าของบ่อนจึงได้เชิญซินแสที่เก่งที่สุดมาตรวจดู ซินแสบอกว่า สิ่งโตคู่ที่อยู่หน้าบ่อนเอาไม่อยู่ ต้องใช้ตัวที่เหนือกว่าคือ ปี่เซียะ หรือผีซิ่ว วางไว้หน้าบ่อน นับแต่นั้นมาแจ็คพ็อตก็ไม่แตกอีกเลย หรือนานๆ จะแตกสักครั้ง ทำให้บ่อนเจริญรุ่งเรือง มีเงินข้ามากมายทุกวัน ผู้คนจึงรู้จักกิตติศัพท์ของปี่เซียะนับแต่นั้นมา

     รูปลักษณ์ของปี่เซียะ

     “หัวมังกร ตัวเป็นกวาง หางแมว เล็บสิงโต ปีกอินทรี มีเขา ไม่มีทวาร” เป็นการรวมสัตว์หลายประเภทเข้าไว้ด้วยกัน เป็นสัตว์ที่ไม่มีรูทวารและเป็นพาหนะของเทพ

     ตามหลักตำราเบญจธาตุระบุว่า สรรพสิ่งอันยิ่งใหญ่ในจักรวาล ประกอบด้วยธาตุทั้ง ๕ คือ ธาตุดิน, ธาตุทอง,ธาตุน้ำ, ธาตุไม้ และธาตุไฟ เช่นเดียวกับปี่เซียะสัตว์มงคลดูดทรัพย์ รับโชคลาภ กำราบภัย ก็ประกอบด้วยความหมายของสัตว์ธาตุมงคล ๕ ประการคือ

     ๑. มังกร (เล้ง, หลง) ราชาแห่งสัตว์ทั้งปวง บนสรวงสวรรค์ ตัวแทนธาตุไม้

     ๒. สิงโต (ซีจื่อ) ราชาแห่งสัตว์ทั้งปวงบนผืนพิภพ ตัวแทนธาตุทอง

     ๓. อินทรี (อิง) ราชาแห่งสัตว์ทั้งปวงบนฟากฟ้า ตัวแทนธาตุไฟ

     ๔. กวาง (ลู่) สัตว์ที่เป็นตัวแทนของยศถาบรรดาศักดิ์ ชื่อเสียง ความมั่งคั่งร่ำรวย และความยั่งยืน ตัวแทนธาตุน้ำ

     ๕. แมว (มาว) เชื่อว่าเป็นสัตว์ที่มีตาทิพย์มองเห็นปิศาจในความมืดได้ หางแมวเชื่อกันว่าใช้ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย หรือกวาดโชคลาภทรัพย์สินเข้าบ้านได้ ตัวแทนธาตุดิน

     มีปี่เซียะลักษณะที่แตกต่างออกไปอีกเล็กน้อยเช่น ปี่เซียะสองเขา ไม่มีปีก เรียกว่า “เทียนลก” หรือ “เทียนลู่” (กวางสวรรค์)

     และปี่เซียะอธิกบารมี (กำลังบำเพ็ญศีลบารมี) โดยมีปี่เซียะวัยเยาว์อีกตัวหนึ่งอยู่บนหลังเรียกอีกอย่างว่า"ปี่เซียะแม่ลูกอ่อน" ลักษณะนี้จะมีอานุภาพและพลังเพิ่มมากขึ้นอีก เป็นปี่เซียะที่ทรงพลังอำนาจแต่แฝงไว้ด้วยความน่ารัก กินทุกทิศทุกทาง เพราะบำเพ็ญบารมีมาอย่างแก่กล้า จนเหมือนมีหลายตัวอยู่ในร่างเดียว ทั้งหาทรัพย์ ดูดทรัพย์ และเก็บทรัพย์เก่งมาก

     ในสมัยก่อนจะนิยมบูชาไว้หน้าบ้านเพื่อขจัดสิ่งอัปมงคลทั้งหลาย และบันดาลเกียรติยศชื่อเสียง ด้วยภาพลักษณ์อันองอาจ สง่างาม แฝงอำนาจบารมีอยู่ภายในตัวปี่เซียะปัจจุบันเชื่อถือกันว่าเป็นสัตว์มงคลที่ใช้ดูดทรัพย์สินเงินทองและขจัดสิ่งชั่วร้ายไปพร้อมๆ กัน

     ลักษณะเด่นพื้นฐาน ๘ ประการของปี่เซียะ

     ๑. อ้าปากรับทรัพย์
     ๒. หางยาวกวักรับโชค
     ๓. ยกหัวข่มศัตรูคู่แข่ง
     ๔. เท้าแย่งตะปบทรัพย์
     ๕. ก้าวขารับความก้าวหน้า
     ๖. ลิ้นยาวอ้าตวัดเงินทอง
     ๗. ลำตัวผุดผ่ององอาจ
     ๘. เงินทองไม่เรี่ยราดเพราะไร้ทวาร

     ถ้าเจาะลึกลงไปอีก ปี่เซียะที่ก้าวเท้าซ้ายนำหน้าเรียกว่า “แซเล้ง หรือมังกรเขียว” เป็นตัวผู้ ส่วนปี่เซียะที่ก้าวเท้าขวานำหน้าเรียกว่า “แปะโฮ้ว หรือเสือขาว” เป็นตัวเมีย

     ลักษณะของปี่เซียะอีกตำราหนึ่ง บางตำราได้อธิบายลักษณะที่เป็นมงคลของปี่เซียะไว้ ๑๒ ประการคือ

     ๑. เขี้ยวแหลมเหมือนมังกร หมายถึง การป้องกันสิ่งอัปมงคลต่างๆ ไม่ให้มาแผ้วพานผู้บูชาหรือเคหสถานของผู้บูชา
     ๒. ลำตัวงอนเหมือนกวาง หมายถึง ความแคล่วคล่องว่องไว เจริญรุ่งเรือง มีคุณธรรม
     ๓. หางพวงเหมือนแมว หมายถึง ความอ่อนโยน มีเสน่ห์ สามารถเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์
     ๔. เท้าดูแล้วคือราชสีห์ หมายถึง ความมีอำนาจหนักแน่นมั่นคง
     ๕. ปีกประดุจอินทรี หมายถึง ความสง่างาม มีเสน่ห์โดดเด่นกว่าผู้อื่น
     ๖. เขาดีต้องงอเป็นขอด หมายถึง ความน่าเกรงขาม (ในอีกความหมายหนึ่ง ตะขอ คือ ลักษณะของการกวักทรัพย์ หรือการขอเงินขอทอง)
     ๗. เอวคอดสะโพกผาย หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ ความร่ำรวย
     ๘. ดวงตาเป็นประกายมองฟ้า หมายถึง มองการณ์ไกล มุ่งมั่นจะไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง
     ๙. รูปกายาล่ำสัน หมายถึง ความมีสุขภาพแข็งแรง ทรงพลัง
     ๑๐. เคราสองข้างนั้นมีครบ หมายถึง อายุยืน
     ๑๑. หูกลมตลบปลายเรียว หมายถึง ความหนักแน่น ไม่หูเบา ไม่หวั่นไหวต่อคำนินทาว่าร้าย
     ๑๒. ย่อตัวนิดเดียวพร้อมก้าวไป หมายถึง ความอ่อนน้อมถ่อมตัว ไม่เย่อหยิ่ง เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่พร้อมจะโลดแล่นไปข้างหน้า เพื่อทะยานเข้าสู่ความสำเร็จอย่างรวดเร็ว
     รูปร่างและสีสันแตกต่างกันออกไปตามยุคสมัยและจินตนาการของช่าง มีทั้งแบบเดี่ยว แบบคู่ และแบบแม่ลูกอ่อน นอกจากนี้ยังมีแยกออกไปเป็น หางเดี่ยว หางพวง แบบมีปีก และไม่มีปีก หรือผสมผสานกับสัตว์มงคลชนิดอื่นๆ เช่น มังกร เต่า หรือกิเลน

     ปี่เซียะถือเป็นเครื่องรางที่ให้คุณกับผู้บูชาทุกสาขาอาชีพ สำหรับคนที่อยากบูชาปี่เซียะ หากอยากได้ของดี ต้องสรรหาลักษณะที่เป็นงานเนื้อหยกแกะสลักจากช่างฝีมือดี แต่ละตัวจะมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน เพราะเป็นงานแกะสักทีละชิ้น ตัวปี่เซียะต้องมีปากเปิด ไม่ปิด มีเขา มีขาออกมาให้เห็นเด่นชัด ยิ่งหยกเนื้อดีเท่าไหร่ ยิ่งจะมีลายทองอยู่ บนลายทองนี้ต้องอยู่ในหยกชั้นดีที่เป็นชิ้นเดียว นอกจากนี้ปี่เซียะที่สมบูรณ์แบบต้องมีเครื่องหมายเรียกเงินเรียกทองเช่น ตำลึงทอง หรือตัวอักษรที่แปลว่า เงินทอง อยู่ด้วย

     ที่สำคัญให้ลองจับและกำปีเซียะดู หากเป็นของที่ถูกลักษณะและถูกชะตา (ถูกโฉลก) กับผู้จะนำไปบูชาแล้ว จะรับรู้ได้ถึงพลังของปี่เซียะ

     ปี่เซียะที่ดี คนจีนเชื่อว่าต้องทำมาจากธาตุดิน (โลหะ ดิน หิน แร่) เท่านั้น ลักษณะที่ต้องตามตำราคือ “ปากกว้าง หน้าดุ ก้นใหญ่” ตัวผู้กว้าวเท้าซ้าย ตัวเมียก้าวเท้าขวา ถ้าบูชาไว้ที่ร้านค้าหรือบ้านเรือนควรวางเป็นคู่ ตามตำราระบุว่า “ตัวผู้รับทรัพย์ ตัวเมียเก็บทรัพย์”





ข้อมูลโดย
Amulet

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: