ความเชื่อเรื่องพิธีปูที่นอนและพิธีเรียงหมอน



"ขอให้เย็นเหมือนฟัก หนักเหมือนแฟง ให้อยู่เรือนเหมือนก้อนเส้า ให้เฝ้าเรือนเหมือนแมวคราง"

      เป็นคำกล่าว ผู้เฒ่า ผู้แก่ สามีภรรยา ที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาจนแก่เฒ่า ให้พรแก่คู่บ่าวสาวขณะทำพิธีปูที่นอน ภาพบรรกาศของขั้นตอนสุดท้าย ในพิธีแต่งงานแบบไทย นี้เป็นที่รู้กันว่า คู่บ่าวสาวจะได้เริ่มต้นครองคู่ และ กินอยู่ หลับนอน ในบ้านเดียวกัน บนเตียงเดียวกัน ไปจนแก่เฒ่า เหมือน กันกับคู่ผัว - เมีย ที่เจ้าภาพเชิญมาทำพิธีปูที่นอน เรียงหมอน

      คุณสมบัติของผู้ทำพิธีปูที่นอน เรียงหมอน

      ผู้ใหญ่ ผัว - เมีย ที่ใช้ชีวิตครองคู่กันมา ยั่งยืน ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้ง มีทรัพย์สินเงินทอง สมบัติ อยู่ด้วยกันมาด้วยความผาสุข สวัสดี เป็นที่นับ นับหน้าถือตาของสังคมพอสมควร กล่าวคือเป็น คู่ผัวเมีย ที่มีศิริมงคล ใน การร่วมชีวิตคู่ มาเป็นผู้ทำพิธีปูที่นอน เรียงหมอน

      ใน "พิธีปูที่นอน" ผู้ที่ทำพิธียังต้องเตรียมข้าวของสำหรับเข้าพิธีอย่าง ฟักเขียวลูกหนึ่ง หม้อใหม่ใส่น้ำหนึ่งและถั่วงา รวมอยู่กับทุนสินสอดวางไว้ บนพานหนึ่ง นำไปวางไว้ข้างที่นอน เป็นเครื่องหมายสำหรับ การอำนวยพรว่าให้คู่บ่าวมีใจเย็นเหมือนน้ำกับฟัก มีน้ำใจหนักแน่นดั่งหม้อที่ใส่น้ำจนเต็ม มีแต่ความเจริญวัฒนาเหมือนถั่วงา แล้วผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ก็จัดแจงวางหมอนหนุนศีรษะครั้นแล้วผู้ใหญ่คู่ที่ได้รับเชิญ มาจัดทำพิธีนี้ ก็ลงนอนก่อนเป็นปฐมฤกษ์ ให้หญิงนอนซ้าย ผู้ชายนอนขวาในขณะเดียวกัน ผู้ใหญ่ทั้งสองท่านก็ต้องพูดคุยกันด้วยคำอันเป็นศิริมงคล ประมาณว่าอวยพร ให้คู่บ่าว-สาวอยู่กันอย่างมีความสุข จากนั้นเป็นอันเสร็จ

      เกร็ดสำคัญใน "พิธีปูที่นอน"

      พิธีปูที่นอน เรียงหมอน จดสำคัญคือผู้ที่ได้รับเลือกมาทำพิธี ต้องเป็นคู่ ที่เป็นตัวอย่างที่ดี เป็นคู่ที่มีศิริมงคล เป็นแบบอย่างที่ดีแก่คู่บ่าวสาว ซึ่งใน พิธีปูที่นอนนี้ ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาว จะจัดเตรียมผ้าปูที่นอน หมอน มุ้ง เครื่องนอน โดยปูไว้เรียบร้อยแล้ว มิได้หมายความว่า คู่ผัว-เมีย ที่มาทำ พิธีจะต้องปูที่นอน หรือจัดที่นอนให้คู่บ่าวสาวได้นอน โดยไม่ต้องทำอะไร

ที่มา : centerwedding.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: