คดไม้ไผ่ คดหน่อไม้ หรือแก้วจันทรกานต์




คดไม้ไผ่ คดหน่อไม้ หรือแก้วจันทรกานต์ นั้น เป็นคดที่เกิดในลำไผ่ อาจเป็นส่วนของตอของไม้ไผ่ที่เกิดตามข้อบนลำไผ่ แข็งจนเป็นหิน ฝังตัวในลำไผ่ หรืออาจเกิดจากปรากฏการณ์ที่หินศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่งไปปรากฏ อยู่ในลำไผ่ จึงเรียกคดไม้ไผ่ และบางท่านเรียกแก้วจันทรกานต์ เนื่องจากคด(หิน)ที่พบนี้ อาจเรืองแสงนวล ๆ คล้ายแสงจันทร์ได้ เล่ากันสืบต่อมาว่า ครั้งหนึ่งชาวกระเหรี่ยงพบว่ามีกอไผ่

      อยู่กอหนึ่งที่มีเหตุการณ์ประหลาด กลางคืนจะปรากฏแสงเรือง ๆ ลอยออกมาจากกอไผ่อยู่เป็นประจำ ด้วยความกลัว จึงเผากอไผ่นั้น หลังจากเผากอไผ่แล้ว กลับมีเหตุการณ์ประหลาด มหัศจรรย์ กล่าวคือมีไผ่ 1 ลำ ไม่ไหม้ไฟ ยังเขียวสดเหมือนเดิม ชาวกระเหรี่ยงจึงตัดไผ่ลำนั้น จึงพบหินก้อนเล็ก ลักษณะเหมือนก้อนกรวดทั่วไป ขนาดเล็ก ๆ1 ก้อน สีออกขาว ปนเขียว ภายหลังเรียกหินที่ว่านี้ว่า คดหน่อไม้ (ตามพจนานุกรม ให้ความหมายของคำว่าคด ว่าเป็นหินที่เกิดในพืชหรือสัตว์ น่าจะเป็นประเภทเดียวกันกับฟอสซิล )…คด ไม้ไผ่ หรือแก้วจันทรกานต์ นี้ ว่ากันว่าเป็นสุดยอดของแก้ว ที่ไม่อาจพบเห็นกันง่าย ๆ ดูจากภายนอกเป็นหินหรือกรวดธรรมดา แต่เมื่อเรืองแสงกลับคล้ายแก้ว แสงที่เปล่งออกมานี้ สามารถรับได้จากแสงทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นแสงจากดวงอาทิตย์ แสงจากดวงจันทร์ แสงนีออน แสงเทียน

      กล่าวกันว่าเป็นของคู่บุญบารมี ให้ความคุ้มครองจากสิ่งชั่วร้ายทั้งปวงได้เป็นเลิศ เล่าสืบต่อกันมาว่าหินที่สามารถดูดแสง เรืองแสงได้นี้ มี 2 อย่าง หนึ่งคือ แก้วจันทรกานต์ เรืองแสงสีเขียวอ่อน เย็นตา และอีกอย่างคือ แก้วสุริกานต์ เปล่งเรืองแสงเป็นแสงสีแดง แต่ละอย่างนับเป็นสุดยอดแห่งคด แต่ห้ามอยู่คู่กัน ใครครอบครองทั้งสองอย่าง จะพบความวิบัติ จึงต้องระมัดระวัง กับเหตุผลที่ห้ามมิให้นำสองสุดยอดมาไว้ด้วยกัน นั้น เล่าสืบมาว่า แท้ที่จริงแก้วจันทรกานต์ เป็นลูกแก้วแห่งพญานาคราชซึ่งถือว่าเป็นของเย็น พญานาคราชได้คายออกจากปาก เพื่อคืนแก่เจ้าของเดิมที่ได้เกิดมาบนโลกมนุษย์ จึงไม่อาจอยู่ใกล้กับแก้วสุริกานต์ ซึ่งเป็นของร้อนจากแสงสุริยะ ดังนั้นหากบารมีไม่ถึง แก้วศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองย่อมไม่อาจอยู่รวมกันได้ แต่หากบารมีสูงเพียงพอ ย่อมส่งให้แก้วศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองกลมกลืนกันได้อย่างยอดเยี่ยม



ข้อมูลโดย บ้านมนตรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: