ข้าวตอกพระร่วง

ข้าวตอกพระร่วง

 

ของขลังที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ล้วนเป็นสิ่งที่คนสมัยโบราณมักจะพกติดตัวหรือนำมาบูชาไว้ที่บ้านเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและคนในบ้าน เพราะเชื่อว่า ของขลังที่เกิดขึ้นจากธรรมชาตินั้นมักจะมีเทวดาสถิตรักษาอยู่ เช่น พวกแร่ต่างๆ ที่นิยมนำมาบูชากัน ไม่ว่าจะเป็นแร่เหล็กไหล แร่เหล็กน้ำพี้ และอีกหนึ่งของขลังที่หายากมาก เพราะจะเกิดเฉพาะในบางพื้นที่เท่านั้น เป็นหนึ่งในของขลังที่มีฤทธิ์ในตัวเองโดยไม่ต้องผ่านการปลุกเสก นั่นก็คือ “ข้าวตอกพระร่วง”

     ลักษณะของข้าวตอกพระร่วง คือ เป็นหินรูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดเล็กคล้ายกับลูกเต๋า โดยจะมีสีน้ำตาลบนหินปรากฏให้เห็นประปราย หินเล็กๆสี่เหลี่ยมนี้ จะถูกฝังตัวอยู่ในก้อนหินขนาดใหญ่อีกชั้นหนึ่ง คนโบราณเชื่อกันว่า เป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่ควรค่าแก่การบูชา เพราะจะนำมาซึ่งความเป็นมงคลต่อครอบครัว โดยแหล่งกำเนิดของข้าวตอกพระร่วงนั้น จะอยู่ในพื้นที่เขาพระบาทใหญ่ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย

     สำหรับตำนานการเกิดข้าวตอกพระร่วงมีอยู่ว่า ในสมัยที่พระร่วงได้ออกบวชนั้น ท่านได้หว่านข้าวลงบนลานวัดเขาพระบาทใหญ่ พร้อมเปร่งวาจาอันศักดิ์สิทธิ์ว่า ขอให้ข้าวเหล่านี้กลายเป็นหิน และให้ข้าวนี้มีอายุยืนยาวตราบจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน

     ซึ่งวาจาของพระร่วงเจ้าก็เป็นดังนั้น เมื่อพบแร่ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่า เป็นข้าวตอกพระร่วง ผู้ที่นำข้าวตอกพระร่วงมาบูชาจึงเกิดแต่ความเป็นมงคล โดยอุปเท่ห์ในการใช้ข้าวตอกพระร่วงนอกจากการบูชาแล้ว ก็คือ การนำมาฝนแล้วทาบริเวณที่มีสัตว์มีพิษกัดต่อย จะทำให้คลายจากอาการเจ็บปวดได้ทันที และยังมีเคล็ดว่า ให้นำข้าวตอกพระร่วงไปใส่ไว้ในตลับสีผึ้ง นำมาทาปาก จะทำให้ผู้นั้นมีวาจาชวนหลงใหล เกิดเสน่ห์เมตตามหานิยม

     สำหรับในทางวิทยาศาตร์นั้น ข้าวตอกพระร่วงจัดเป็นแร่ไพไรต์ ซึ่งเป็นแร่โลหะชนิดหนึ่ง แร่ชนิดนี้มีลักษณะคล้ายกับเมล็ดข้าวสาร ที่ฝังอยู่ในหินเหล่านี้ด้วย

     อย่างไรก็ดี การบูชาของขลังศักดิ์สิทธิ์แล้วใช้ได้ผลหรือเกิดประสบการณ์ จะต้องมีความเชื่อความศรัทธาในการบูชาเพื่อให้เกิดผล ดวงวันนี้




บทความโดย...HoroscopeThaiza

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: