ทุกข์โศกหมดไป โรคร้ายหายป่วยกับวิธีสวดมนต์แบบคนโบราณ

ทุกข์โศกหมดไป โรคร้ายหายป่วยกับวิธีสวดมนต์แบบคนโบราณ

คนรุ่นใหม่มีความเชื่อว่าการสวดมนต์คืออุบายเรียกความศรัทธา แต่ทำไมคนรุ่นใหม่ยังคงสวดมนต์ทุกครั้งคราใดที่มีงานมงคล อาจเพราะทำตามกันไปให้เสร็จพิธี แล้วอยากรู้ไหมว่าคนโบราณที่สวดมนต์เป็นกิจวัตรเพราะเชื่อว่าจะหมดทุกข์หมดโศก ใครเป็นโรคร้ายจะหายป่วย คนโบราณมีวิธีสวดอย่างไรบทความนี้ Horoscope thaiza จะแนะนำ

     ความเชื่อคนโบราณเชื่อว่าการสวดมนต์จะได้ผลที่สุดคือผู้สวดจะต้องมีความเชื่อศรัทธาในบทสวดมนต์ที่จะสวด และปรับใจเชื่อว่าบทสวดศักดิ์สิทธิ์ ควรมีความอดทนเพียรสวดมนต์ทุกวันอย่าให้ขาดมากหรือน้อยขอให้ได้สวด ผู้สวดจะต้องไม่อธิษฐานอะไรทั้งสิ้นไม่หวังผลอะไร ไม่มีกิเลสตัณหา ความอยากจะได้ผลอะไรจากการสวดมนต์ การสวดมนต์จะได้ผลดีเปรียบได้กับวิธีการรับประทานยาโรคย่อมหาย ปลูกต้นไม้ย่อมเกิดผลดอกอย่างแน่นอน

     การสวดมนต์ทำทั้งสวดออกเสียงหรือสวดไม่ออกเสียงไม่สำคัญ จะพนมมือหรือไม่พนมมือ แล้วแต่จะสะดวก แต่ต้องตั้งนะโมสามจบก่อนเสมอ ควรมีจิตจดจ่อกับอักขระบทสวด ควรจดจำบทสวดเป็นสมบัติสมองจะทดแทนปัญหาที่รกสมองผู้สวด แผ่เมตตาเมื่อสวดเสร็จและศึกษาคำแปลบทสวดเสมอ จิตจะมีกุศลและคนโบราณจะทำสมาธิจนจิตสงบก่อนจะจบการสวดมนต์ ไม่มีการบันทึกเป็นหลักฐานสมัยโบราณว่าการสวดมนต์จะต้องสวดในห้องพระเท่านั้น การท่องจำบทสวดจะส่งผลเรื่องสมาธิแก่ผู้สวด โรคภัยบางชนิดที่เพิ่งก่อตัวจะระงับไป เป็นต้นว่าโรคจิต โรคประสาท อาการนอนไม่หลับ ความเครียดที่จะส่งผลกับสภาพร่างกายจะหมดไป

     การท่องจำบทสวดจะส่งผลเรื่องสมาธิแก่ผู้สวด เพราะขณะสวดคลื่นสมองจะนิ่งสงบ นักจิตวิทยาเชื่อว่าสภาพจิตมีสมาธิชั่วขณะ เป็นขั้นที่ปรับทัศนคติ ความคิด ที่ไม่ดีออกจากจิตใจผู้สวดได้แล้วปลูกฝังความคิดทัศนคติที่ดีลงไปแทนที่ ลองตั้งข้อสังเกตว่าทุกครั้งที่ไปวัดฟังธรรมสวดมนต์เสร็จ พระผู้เทศนาจะสอนธรรมะคติเตือนใจ สอนเป็นคนดี ละเว้นความชั่ว และไม่ว่าจะมีการบันทึกจากคนโบราณหรือไม่อย่างไร คนรุ่นใหม่อยากมีสมาธิ แนะนำว่าการสวดมนต์ทุกครั้งควรทำในห้องพระที่มีความสงบ

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: