7 ลักษณะช้างเผือกคู่พระบารมี ตามตำราคชลักษณ์สมัยโบราณ

7 ลักษณะช้างเผือกคู่พระบารมี ตามตำราคชลักษณ์สมัยโบราณ

ครั้งสมัยโบราณกาล ช้างเผือก คือ ตัวแทนแห่งสัญลักษณ์อำนาจและบารมีผู้ปกครองที่ไพร่ฟ้าประชาชน คติความเชื่อเรื่องช้างเผือกมีมานานก่อนสมัยพุทธกาลแล้ว เพราะสมัยพระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นพระเวชสันดร มีบันทึกเรื่องราวอย่างชัดเจนว่าช้างเผือกปัจจัยนาคคือช้างคู่บารมีพระเวชสันดร ครั้งจะมอบให้ผู้ใดที่ไม่มีบุญญาบารมี ย่อมต้องกลับมาสู่พระเวชสันดรผู้เปี่ยมบารมีเช่นเดิม และพุทธประวัติ บันทึกว่าคืนก่อนประสูติพระพุทธเจ้า พระมารดาทรงสุบินว่ามีช้างเผือกมามอบดอกบัวให้พระนาง ความหมายที่พราหมณ์สมัยก่อนว่าคือความรู้ ความบริสุทธิ์

     ในตำนานไตรภูมิ เชื่อว่ามหาราชควรมีครบเจ็ดสิ่ง คือภริยาที่สมบูรณ์ ขุมสมบัติคณานับ ม้าที่วิ่งเร็ว ที่ปรึกษาราชการแผ่นดินที่ดี พร้อมทั้งการปกครองที่ดี แก้วแหวน และช้างเผือกที่สง่างามกษัตริย์องค์ใดมีแสดงว่าทรงพระบารมีกว้างใหญ่ มีไพร่ฟ้ามากมายจงรักภักดี

     คติความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ กำหนดช้างสี่ตระกูลประจำวรรณะ เช่นเดียวกับการแบ่งวรรณะในอินเดีย แต่คติความเชื่อคนไทยโบราณเชื่อว่ากษัตริย์ไทย พระองค์ใดที่มีช้างเผือกมาสู่พระบารมีจำนวนมาก แสดงว่าบ้านเมืองจะอยู่เย็นเป็นสุข แสดงแสนยานุภาพว่าคือกษัตริย์ผู้มีบุญญาบารมีมาก สมัยอยุธยามีการเรียกกษัตริย์ที่มีช้างเผือกมาสู่พระบารมีจำนวนมาก ว่าพระเจ้าช้างเผือก คือสมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา แต่สมัยโบราณช้างเผือกที่ได้รับการขึ้นระวางเป็นช้างหลวง เรียกว่าช้างต้น ใช้เรียกลักษณะช้างเผือกที่มีลักษณะครบทั้ง ๗ ประการคือ

     ๑ ตาขาว ๒ เพดานปากขาว ๓ เล็บขาว ๔ ขนขาว ๕ พื้นหนังขาวบ้างว่าสีอ่อนออกแดง ๆ ๖ ขนหางขาว ๗ อัณฑโกศขาว และกรณีมีครบเรียกว่า ช้างสำคัญ ส่วนใหญ่จะคือช้างที่ใช้ออกรบพร้อมกับพระมหากษัตริย์

     ชาวบ้านคนไทยสมัยโบราณเชื่อว่าเด็กที่เลี้ยงยากเจ็บป่วยง่าย ให้นำเด็กไปลอดท้องช้างเผือกสามรอบเด็กจะแข็งแรง และเลี้ยงง่าย จากเรื่องราวคติความเชื่อคนโบราณหลายชาติพันธุ์ที่กล่าวมาคงสรุปได้ว่าคติช้างเผือกคือช้างมงคลที่จะเสริมบารมีผู้ปกครองบ้านเมือง ไพร่ฟ้าประชาชนให้อยู่อย่างสงบสุข

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: