จริงไหมที่โบราณว่า โรคระบาดมากับลม ต้องไปตามน้ำ


จริงไหมที่โบราณว่า โรคระบาดมากับลม ต้องไปตามน้ำ


ในอดีตมนุษยชาติต้องเจอโรคระบาดอย่างครั้งพุทธกาลยุคที่พระพุทธเจ้าทรงมีพระชนม์อยู่ คนโบราณบันทึกว่าเคยเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ขึ้น ในเมืองไพสาลี และในเมืองไทยหลายคนเคยคุ้นเคยเรื่องโรคระบาดมาบ้างแล้ว แต่คนโบราณว่าชอบว่าโรคระบาดมากับลมต้องไปตามน้ำ จริงไหมที่มาวลีที่ว่ามาอย่างไร แล้วโรคที่เจออยู่นี้จะไปตามน้ำหรือไม่บทความนี้ horoscope thaiza จะแนะนำ

     โรคระบาดทุกโรคอย่างไข้หวัดนก โรคซาร์สล้วนระบาดในฤดูแล้งที่ลมแรงๆทั้งสิ้น คนโบราณจึงไม่ค่อยกลัวโรคนี้ เมื่อรู้ที่ทางของการมา คือ โรคที่มากับลมจะย่อมสลายไปกับน้ำเสมอ เรื่องนี้ที่เมืองเวสาลีที่มีคนตายจำนวนมาก ผู้ปกครองเมืองนี้ทนไม่ไหวจึงต้องไปหาพระเจ้าพิมพิสารเพื่อขอหารือว่าจะทำอย่างไรดีให้โรคนี้ได้ยุติลง โดยพระเจ้าพิมพิสารทรงแนะนำให้ไปกราบทูลพระพุทธเจ้า อาราธนานิมนต์พระพุทธเจ้าไปเมืองเวสาลี ครั้นพอฝ่าพระบาทพระองค์เหยียบประทับที่เมืองเวสาลีแล้วนั้นเค้าฝนก็ส่อเลาะตั้งเค้าตามล่องนภากาศไม่ช้าไม่นานก็สาดเส้นสายลงมาโปรยปราย เช่นนี้อยู่ 7 ราตรี การที่ฝนตกแบบนั้นจึงได้ทำให้เกิดการชำระล้างกวาดเชื้อโรคสิ่งสกปรกออกจากเมืองไปจนหมดสิ้น ด้วยเหตุนี้ที่โบราณเขาจึงมีคำว่า โรคมากับลมย่อมไปกับน้ำ


     พระพุทธเจ้าทรงให้พระอานนท์กล่าวบทสวดตามที่พระองค์แนะนำ เรียกว่า รตนสูตรว่า ราชะโต วา โจระโต วา มะนุสสะโต วา อะมะนุสสะโต วา อัคคิโต วา อุทะกะโต วา ปิ สาจะโต วา ขาณุกะโต วา กัณฏะกะโต วา นักขัตตะโต วา ชะนะปะทะโรคะโตฯ และพระอานนท์ทรงนำเอาน้ำมาปะพรหมให้กับผู้ปกครองนครและประชาชนให้อยู่ดีมีสุข จากนั้นโรคห่าทั้งปวงก็หมดไปจากเมืองเวสาลี

     ฉะนั้นโรคระบาดตอนแล้งแล้วมีฝนตกได้จะฝนจริงฝนเทียมก็ตามแต่สัก 7 วัน ทำตามที่เคยปรากฏมีในครั้งพุทธกาล เมื่อเทียบไข้หวัดโควิด19 อาจเบาบางลง อาจเพราะพุทธบารมี แต่คนไทยควรระวังป้องกันตนเองตามแพทย์แนะนำ ไม่ควรประมาท

บทความที่เกี่ยวข้อง


กลับไป ด้านบน

Thaiza update: